ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

PDPA Consent คืออะไร และขอความยินยอมบนเว็บไซต์อย่างไรให้ถูกต้อง

วิธีขอความยินยอมตาม PDPA บนเว็บไซต์ ตั้งแต่แบนเนอร์คุกกี้ ช่องยินยอมในฟอร์ม ไปจนถึงหัวข้อที่นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องมี

ภาพปกบทความ: PDPA Consent

PDPA consent คืออะไร สรุปสั้น ๆ

PDPA consent คือการที่เจ้าของข้อมูลตกลงให้ธุรกิจเก็บหรือใช้ข้อมูลของตนเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ชัดเจน บนเว็บไซต์ ความยินยอมมักปรากฏในสองจุด คือแบนเนอร์คุกกี้และช่องติ๊กในฟอร์ม

ตามมาตรา 19 ความยินยอมต้องขอโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แยกออกจากข้อความเรื่องอื่น ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย ไม่นำไปเป็นเงื่อนไขของการใช้บริการในเรื่องที่ไม่จำเป็น และเจ้าของข้อมูลต้องถอนได้ง่ายเท่ากับตอนให้

สิ่งที่หลายเว็บสับสนคือคิดว่าการมีหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวเท่ากับได้รับความยินยอมแล้ว ความจริงนโยบายเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบ ส่วนความยินยอมคือการกระทำของผู้ใช้ที่ต้องเกิดขึ้นจริงและพิสูจน์ได้ บทความนี้เน้นวิธีทำบนหน้าเว็บ หากต้องการภาพรวมของตัวกฎหมาย เช่น สิทธิของเจ้าของข้อมูล ROPA และบทลงโทษ อ่านได้ที่บทความสรุปกฎหมาย PDPA มีอะไรบ้าง เนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะควรปรึกษานักกฎหมาย

ทั้งสองอย่างมักอยู่ใกล้กันบนหน้าเว็บ แต่ทำหน้าที่ต่างกัน ตารางนี้สรุปความแตกต่างที่ควรรู้ก่อนออกแบบฟอร์มหรือแบนเนอร์

ประเด็นPrivacy Notice (ประกาศความเป็นส่วนตัว)Consent (ความยินยอม)
หลักกฎหมายมาตรา 23 หน้าที่แจ้งรายละเอียดการเก็บข้อมูลมาตรา 19 เงื่อนไขของความยินยอมที่ใช้ได้
ใช้เมื่อไรทุกครั้งที่เก็บข้อมูล ไม่ว่าจะใช้ฐานกฎหมายใดเฉพาะเมื่อไม่มีฐานกฎหมายอื่นรองรับ
ผู้ใช้ต้องทำอะไรไม่ต้องทำอะไร แค่ได้รับแจ้งต้องกดหรือติ๊กยอมรับเอง
รูปแบบบนเว็บหน้าเว็บแยก ลิงก์จากส่วนท้ายและใกล้ฟอร์มแบนเนอร์คุกกี้ ช่องติ๊กในฟอร์ม
ถอนได้หรือไม่ไม่มีอะไรให้ถอนถอนได้ทุกเมื่อ

ข้อสรุปสำคัญคือ ทุกเว็บที่เก็บข้อมูลต้องมีประกาศความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ใช่ทุกเว็บที่ต้องขอความยินยอมในทุกจุด

เมื่อไรต้องขอความยินยอม และเมื่อไรไม่ต้อง

การขอความยินยอมในเรื่องที่ไม่จำเป็นสร้างปัญหามากกว่าที่คิด เพราะถ้าผู้ใช้ถอนความยินยอม คุณต้องหยุดใช้ข้อมูลนั้น แม้จะยังจำเป็นต่อการให้บริการก็ตาม ก่อนใส่ช่องติ๊ก ลองถามว่ามีฐานกฎหมายอื่นรองรับหรือไม่

กรณีที่ไม่ต้องขอความยินยอม

  • ลูกค้าสั่งสินค้า ร้านใช้ชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่เพื่อส่งของผ่าน Thailand Post หรือ J&T ฐานคือการปฏิบัติตามสัญญา
  • เก็บข้อมูลผู้ซื้อเพื่อออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ฐานคือหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ตอบกลับข้อความที่ผู้ใช้ส่งมาผ่านฟอร์มติดต่อ ผู้ใช้ส่งข้อมูลมาเพื่อให้ติดต่อกลับเอง จึงใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือขั้นตอนก่อนทำสัญญาได้

กรณีที่ต้องขอความยินยอม

  • ส่งอีเมลโปรโมชันหรือจดหมายข่าวเพื่อการตลาด
  • ติดคุกกี้วิเคราะห์การเข้าชมและคุกกี้โฆษณา
  • เก็บข้อมูลอ่อนไหว เช่น อาการป่วย
  • ส่งต่อข้อมูลให้พันธมิตรนำไปทำการตลาดของตัวเอง

เริ่มจากแยกคุกกี้บนเว็บของคุณเป็นกลุ่ม แล้วกำหนดว่ากลุ่มไหนต้องรอความยินยอม

  • คุกกี้ที่จำเป็น เช่น ตะกร้าสินค้า การเข้าสู่ระบบ และการจดจำภาษาที่เลือก ทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องขอความยินยอม แต่ต้องแจ้งไว้ในนโยบาย
  • คุกกี้วิเคราะห์ เช่น Google Analytics ต้องรอให้ผู้ใช้ยอมรับก่อนจึงโหลดสคริปต์
  • คุกกี้การตลาด เช่น พิกเซลโฆษณาของ Meta หรือ TikTok ต้องรอความยินยอมเช่นกัน

กติกาของแบนเนอร์ที่ดี

  • ปุ่มปฏิเสธต้องเห็นชัดและกดง่ายเท่าปุ่มยอมรับ ไม่ซ่อนไว้ในหน้าตั้งค่า
  • สวิตช์ของแต่ละกลุ่มเริ่มต้นที่ปิด ยกเว้นกลุ่มที่จำเป็น
  • การเลื่อนหน้าจอหรือปิดแบนเนอร์ไม่นับเป็นการยอมรับ
  • มีลิงก์ตั้งค่าคุกกี้ที่ส่วนท้ายเว็บ เพื่อให้เปลี่ยนใจได้ภายหลัง

ตัวอย่างข้อความภาษาไทยบนแบนเนอร์

“เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บทำงานได้ และขอใช้คุกกี้วิเคราะห์และคุกกี้การตลาดเมื่อคุณอนุญาตเท่านั้น อ่านรายละเอียดได้ในนโยบายคุกกี้” ตามด้วยปุ่ม “ยอมรับทั้งหมด” “ปฏิเสธทั้งหมด” และ “ตั้งค่า” ขนาดเท่ากัน บนเว็บสองภาษา แบนเนอร์ควรแสดงตามภาษาของหน้าที่ผู้ใช้เปิดอยู่

แบนเนอร์คุกกี้ดูแลเรื่องความยินยอม ส่วนการส่งข้อมูลอย่างปลอดภัยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเว็บยังไม่ได้เข้ารหัสทุกหน้า อ่านขั้นตอนในวิธีเปิด HTTPS และ SSL ให้เว็บไซต์ สคส. อาจออกแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ ควรตรวจสอบเอกสารล่าสุดบนเว็บไซต์ของ สคส. เป็นระยะ

ฟอร์มคือจุดที่เว็บส่วนใหญ่ทำผิดโดยไม่ตั้งใจ รูปแบบที่แนะนำมีดังนี้

  1. เหนือปุ่มส่ง ใส่ข้อความสั้น ๆ ว่า “เราจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อตอบกลับคำถามของคุณ อ่านรายละเอียดในนโยบายความเป็นส่วนตัว” พร้อมลิงก์ ไม่ต้องบังคับติ๊ก เพราะการตอบกลับไม่ต้องอาศัยความยินยอม
  2. หากอยากส่งข่าวสาร ให้เพิ่มช่องแยก เช่น “ฉันต้องการรับข่าวสารและโปรโมชันทางอีเมล” ช่องนี้ต้องว่างไว้ก่อน และฟอร์มต้องส่งได้แม้ไม่ติ๊ก
  3. ฟอร์มสมัครสมาชิกร้านค้าออนไลน์ควรแยกการยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการออกจากการยินยอมรับการตลาด ไม่รวมเป็นช่องเดียว
  4. ขอเฉพาะช่องที่ใช้จริง ถ้าไม่ได้ใช้วันเกิด ก็ไม่ต้องถาม

อีกเรื่องที่ควรตรวจคือเครื่องมือวัดผล หลายเว็บติดตามว่าฟอร์มถูกส่งกี่ครั้งเพื่อดูว่าคนมาจากช่องทางไหน ถ้าการวัดผลนั้นใช้คุกกี้วิเคราะห์ ก็ต้องอยู่ภายใต้แบนเนอร์เดียวกัน ถ้าสนใจว่าข้อมูลการเข้าชมช่วยพัฒนาเว็บให้คนค้นเจออย่างไร อ่านSEO ย่อมาจากอะไรและทำงานอย่างไรประกอบ

ข้อมูลอ่อนไหวต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง

เมื่อฟอร์มเก็บข้อมูลตามมาตรา 26 เช่น ข้อมูลสุขภาพ มาตรฐานจะสูงขึ้น ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือฟอร์มนัดหมายของคลินิกความงามหรือคลินิกทันตกรรม ที่มีช่องให้เล่าอาการ โรคประจำตัว หรือแนบรูปถ่าย

  • ใช้ช่องติ๊กแยกเฉพาะเรื่องข้อมูลสุขภาพ ระบุชัดว่าจะใช้เพื่อประเมินก่อนนัดหมายเท่านั้น
  • ถ้าไม่จำเป็นต้องรู้อาการก่อนนัด ให้ตัดช่องนั้นออก แล้วถามตอนผู้ป่วยมาถึงคลินิก
  • จำกัดคนที่เปิดดูข้อมูลในระบบหลังบ้าน และอย่าส่งเนื้อหาฟอร์มทั้งหมดไปยังอีเมลกลางที่หลายคนเข้าถึงได้

คลินิกที่วางแผนทำเว็บใหม่ ดูแนวทางการจัดหน้าบริการ ตารางแพทย์ และฟอร์มนัดหมายได้ที่หน้ารับทำเว็บไซต์คลินิก

เก็บหลักฐานและรองรับการถอนความยินยอม

ถ้าวันหนึ่งมีคนถามว่าเขายินยอมเมื่อไร คุณต้องตอบได้ ระบบที่ดีควรบันทึกอย่างน้อย วันและเวลาที่ให้ความยินยอม เวอร์ชันของข้อความที่ผู้ใช้เห็นในตอนนั้น และหมวดที่ยอมรับหรือปฏิเสธ ปลั๊กอินจัดการคุกกี้หลายตัวบันทึกข้อมูลนี้ให้อัตโนมัติ ส่วนฟอร์มสมัครรับข่าวสารควรเก็บวันที่สมัครไว้ในรายชื่อด้วย

การถอนความยินยอมต้องง่ายพอ ๆ กับการให้ ได้แก่ ลิงก์ยกเลิกรับข่าวสารในทุกอีเมล ปุ่มตั้งค่าคุกกี้ที่ส่วนท้ายเว็บ และอีเมลติดต่อสำหรับคำขอเรื่องข้อมูล เมื่อมีคนถอน ให้หยุดใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์นั้นและแจ้งผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบส่งอีเมล

เครื่องมือเหล่านี้ต้องได้รับการอัปเดตเหมือนส่วนอื่นของเว็บ ปลั๊กอินที่เลิกพัฒนาอาจหยุดบล็อกสคริปต์โดยไม่มีใครรู้ บริการดูแลเว็บไซต์ WordPress หลังส่งมอบของเราช่วยตรวจสิ่งนี้ได้ โดยคิดราคาตามแต่ละเว็บเมื่อขอใบเสนอราคา

เช็กลิสต์นโยบาย PDPA บนเว็บไซต์

ใช้รายการนี้ตรวจหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวของคุณวันนี้ได้เลย

  • ชื่อและช่องทางติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูล และของ DPO ถ้ามี
  • ข้อมูลที่เก็บ แยกตามช่องทาง เช่น ฟอร์ม ระบบสั่งซื้อ คุกกี้
  • วัตถุประสงค์ของการเก็บแต่ละประเภท
  • ฐานกฎหมายที่ใช้กับแต่ละวัตถุประสงค์
  • ระยะเวลาเก็บ หรือเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลา
  • ผู้รับข้อมูล เช่น บริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการชำระเงิน โฮสติ้ง
  • การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ถ้าเซิร์ฟเวอร์หรือเครื่องมืออยู่นอกประเทศไทย
  • สิทธิของเจ้าของข้อมูลและวิธียื่นคำขอ
  • วันที่ปรับปรุงนโยบายครั้งล่าสุด

ถ้าตรวจแล้วพบว่าต้องแก้หลายจุด หรือกำลังจะทำเว็บใหม่อยู่แล้ว แพ็กเกจ Starter เริ่มต้น 10,000 บาท (ราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว) มีการตั้งค่า PDPA cookie consent รวมอยู่ ขอใบเสนอราคาสำหรับเว็บของคุณได้ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น.

แชร์หน้านี้

อ่านต่อเรื่องความปลอดภัยและกฎหมายที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ หรือดูบทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ทั้งหมดของเรา

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

Consent กับ Privacy Notice ต่างกันอย่างไร

Privacy Notice คือการแจ้งให้ผู้ใช้รู้ว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และนานเท่าไร ต้องมีทุกครั้งที่เก็บข้อมูล ส่วน Consent คือการที่ผู้ใช้กดหรือติ๊กยอมรับเอง ใช้เฉพาะเมื่อไม่มีฐานกฎหมายอื่นรองรับ เช่น การส่งโปรโมชันหรือคุกกี้โฆษณา การมีหน้านโยบายจึงไม่ได้แปลว่าได้รับความยินยอมแล้ว

ทุกเว็บไซต์ต้องมี cookie banner หรือไม่

ไม่จำเป็นทุกเว็บ ถ้าเว็บใช้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น ตะกร้าสินค้าหรือการจำภาษา ก็แจ้งไว้ในนโยบายได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม แต่เว็บธุรกิจส่วนใหญ่ติด Google Analytics หรือพิกเซลโฆษณาไว้ ซึ่งต้องรอให้ผู้ใช้ยอมรับก่อน ในกรณีนั้นจึงต้องมีแบนเนอร์ที่บล็อกสคริปต์ได้จริง

ติ๊กช่องยินยอมไว้ล่วงหน้าให้ผู้ใช้ได้ไหม

ไม่ควรทำ ความยินยอมตามมาตรา 19 ต้องเป็นการแสดงเจตนาของผู้ใช้เอง ช่องที่ติ๊กไว้ก่อนแล้วผู้ใช้แค่กดส่งฟอร์มไม่ถือเป็นการยินยอมโดยชัดแจ้ง ช่องรับข่าวสารและสวิตช์คุกกี้ที่ไม่จำเป็นจึงต้องเริ่มที่สถานะว่างหรือปิดเสมอ และฟอร์มต้องส่งได้แม้ผู้ใช้ไม่ติ๊ก

เมื่อผู้ใช้ถอนความยินยอม ธุรกิจต้องทำอย่างไร

หยุดใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกถอนทันทีที่ทำได้ เช่น นำอีเมลออกจากรายชื่อรับข่าวสาร หรือหยุดโหลดคุกกี้การตลาด แจ้งผู้ให้บริการที่ได้รับข้อมูลต่อให้หยุดด้วย และบันทึกวันที่ถอนไว้ ข้อมูลที่ยังจำเป็นด้วยฐานกฎหมายอื่น เช่น ประวัติการสั่งซื้อเพื่อบัญชีและภาษี ยังเก็บต่อได้ตามระยะเวลาที่แจ้งไว้

นโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์ต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง

อย่างน้อยควรมีชื่อและช่องทางติดต่อผู้ควบคุมข้อมูล ข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ ฐานกฎหมาย ระยะเวลาเก็บ ผู้รับข้อมูล การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ สิทธิของเจ้าของข้อมูลและวิธียื่นคำขอ และวันที่ปรับปรุงล่าสุด เว็บที่มีผู้ใช้ทั้งไทยและต่างชาติควรมีนโยบายทั้งสองภาษาให้เนื้อหาตรงกัน

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร