SEO คืออะไร และย่อมาจากอะไร
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google เข้าใจว่าแต่ละหน้าพูดถึงอะไร และแสดงหน้านั้นให้คนที่ค้นหาเรื่องนั้นอยู่เห็น โดยไม่ต้องจ่ายเงินต่อคลิกเหมือนโฆษณา ผลลัพธ์ของ SEO คือผลการค้นหาแบบธรรมชาติ หรือที่มักเรียกว่า organic ซึ่งอยู่ถัดจากช่องโฆษณาในหน้าผลการค้นหา
ตัวอย่างง่าย ๆ ร้านซ่อมแอร์ในย่านลาดพร้าวอยากให้คนที่พิมพ์ว่า “ล้างแอร์ ลาดพร้าว” เจอเว็บของร้าน งาน SEO คือทำให้เว็บมีหน้าที่ตอบคำค้นนั้นตรง ๆ โหลดเร็วบนมือถือ มีชื่อหน้าและคำอธิบายที่ชัดเจน และมีเว็บอื่นอ้างถึงร้านบ้าง เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ครบ โอกาสที่ Google จะเลือกแสดงหน้านั้นก็สูงขึ้น แต่ไม่มีใครรับประกันผลได้
เราเขียนบทความนี้แบบเป็นกลาง เราวางพื้นฐาน SEO ไว้ในงานสร้างเว็บตามแพ็กเกจ แต่ไม่ได้รับทำ SEO รายเดือนหรือลงโฆษณา เนื้อหาส่วนใหญ่จึงเน้นให้คุณเข้าใจพื้นฐาน ส่วนแพ็กเกจของเราสรุปแยกไว้ช่วงท้ายสำหรับคนที่กำลังจะทำเว็บใหม่
Google ค้นหาและจัดอันดับเว็บไซต์อย่างไร
ตามคำอธิบายของ Google Search Central การค้นหามีสามขั้นตอนหลัก และเว็บต้องผ่านทีละขั้นจึงจะมีโอกาสปรากฏในผลการค้นหา
- การรวบรวมข้อมูล (crawling) โปรแกรมของ Google ที่เรียกว่า Googlebot ไล่ตามลิงก์และแผนผังเว็บไซต์ (sitemap) เพื่อค้นพบหน้าใหม่ หน้าที่ไม่มีลิงก์ใดชี้ไปถึงอาจไม่ถูกพบเลย
- การจัดทำดัชนี (indexing) Google อ่านข้อความ รูปภาพ และข้อมูลโครงสร้างในหน้า แล้วเก็บไว้ในฐานข้อมูล ไม่ใช่ทุกหน้าที่ถูกเก็บ หน้าที่ซ้ำกับหน้าอื่นหรือมีเนื้อหาน้อยมากอาจถูกข้าม
- การแสดงผลและจัดอันดับ (serving) เมื่อมีคนค้นหา ระบบจะเลือกหน้าที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพที่สุด โดยพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ภาษาของผู้ค้นหา ตำแหน่งที่อยู่ และอุปกรณ์ที่ใช้
Google ระบุเองว่าไม่รับเงินเพื่อให้เว็บถูกรวบรวมข้อมูลบ่อยขึ้นหรือได้อันดับดีขึ้นในผลการค้นหาแบบธรรมชาติ ช่องทางเดียวที่จ่ายเงินแล้วได้ตำแหน่งคือโฆษณา ซึ่งแยกป้ายกำกับไว้ชัดเจน
SEO มีกี่ประเภท
นิยมแบ่งงาน SEO ออกเป็นสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มแก้ปัญหาคนละแบบ
Technical SEO
ดูแลให้ Google เข้าถึงและอ่านเว็บได้ เช่น ใช้ HTTPS มี sitemap ไม่มีหน้าเสีย โครงสร้าง URL อ่านง่าย รองรับมือถือ และโหลดเร็ว เป็นงานที่ผู้พัฒนาเว็บควรทำให้ถูกตั้งแต่แรก
On-page SEO และเนื้อหา
ทำให้แต่ละหน้าตอบคำถามเดียวให้ชัด มีชื่อหน้า (title) คำอธิบาย (meta description) หัวข้อที่เรียงลำดับถูกต้อง ข้อความ alt ของรูป และลิงก์ภายในที่พาไปหน้าที่เกี่ยวข้อง
Off-page SEO
สิ่งที่เกิดนอกเว็บของคุณ เช่น เว็บอื่นลิงก์มาหา การถูกกล่าวถึงในสื่อ และโปรไฟล์ธุรกิจบน Google สำหรับการค้นหาในพื้นที่ ส่วนนี้สร้างเร็วไม่ได้ และเป็นจุดที่มีการเสนอทางลัดที่ผิดกฎมากที่สุด
กระบวนการทำ SEO ทีละขั้น
- ค้นหาคำค้น (keyword research) รวบรวมคำที่ลูกค้าใช้จริง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แล้วแยกตามเจตนา เช่น คนที่ค้นว่า “ราคาทำเว็บ” ต่างจากคนที่ค้นว่า “เว็บไซต์คืออะไร”
- วางโครงสร้างเว็บ จับคู่คำค้นหนึ่งกลุ่มกับหนึ่งหน้า เพื่อไม่ให้หลายหน้าแย่งคำเดียวกัน ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าหน้าเว็บธุรกิจควรเรียงอย่างไร ดูตัวอย่างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจประกอบ
- เขียนเนื้อหา ตอบคำถามในย่อหน้าแรก แล้วค่อยลงรายละเอียด เขียนจากความรู้จริงของธุรกิจ ไม่คัดลอกจากคู่แข่ง
- ตรวจด้านเทคนิค ความเร็ว การแสดงผลบนมือถือ ลิงก์เสีย หน้าซ้ำ และข้อมูลโครงสร้าง (schema)
- วัดผลใน Google Search Console ดูว่าหน้าไหนถูกจัดทำดัชนีแล้ว มีคนเห็นกี่ครั้ง คลิกกี่ครั้ง และจากคำค้นอะไร แล้วปรับเนื้อหาตามข้อมูลจริง
ขั้นที่ 1 ถึง 4 ส่วนใหญ่ทำครั้งเดียวตอนสร้างเว็บ ส่วนขั้นที่ 5 และการเพิ่มเนื้อหาใหม่เป็นงานต่อเนื่องที่ธุรกิจทำเองได้ หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญแยกต่างหาก
SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร
SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing ในภาษาที่ใช้กันทั่วไปในไทย มักหมายถึงการซื้อโฆษณาบนหน้าค้นหา เช่น Google Ads ความต่างหลักมีดังนี้
| ประเด็น | SEO | โฆษณาบนหน้าค้นหา |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายต่อคลิก | ไม่มี | จ่ายทุกคลิก |
| ความเร็วในการเห็นผล | ช้า ไม่แน่นอน | เห็นทันทีที่เปิดแคมเปญ |
| เมื่อหยุดทำ | อันดับค่อย ๆ ลดลงหรือคงอยู่ได้ระยะหนึ่ง | หายไปทันทีเมื่อหยุดจ่าย |
| สิ่งที่ต้องมี | เว็บที่มีโครงสร้างและเนื้อหาดี | งบประมาณและหน้าเว็บที่รองรับผู้เข้าชม |
ทั้งสองแบบต้องการเว็บที่ดีเหมือนกัน ธุรกิจหลายแห่งใช้ร่วมกัน เราไม่ได้ให้บริการทั้ง SEO รายเดือนและโฆษณา แต่สร้างเว็บให้พร้อมสำหรับทั้งสองทาง
คำค้นภาษาไทยมีรายละเอียดที่ต้องรู้
ภาษาไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำเหมือนภาษาอังกฤษ คนจึงพิมพ์คำเดียวกันได้หลายแบบ เช่น “ทำเว็บไซต์” “ทำ เว็บไซต์” และ “ทําเว็บ” ซึ่งแบบหลังใช้นิคหิตกับสระอาแทนสระอำ หน้าตาเหมือนกันแต่เป็นอักขระคนละตัว Google เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ผลการค้นหาอาจต่างกันเล็กน้อย
สิ่งที่ควรทำกับคำค้นภาษาไทย
- เขียนเนื้อหาด้วยการสะกดที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องยัดทุกรูปแบบการสะกดลงในหน้า
- สังเกตคำทับศัพท์ เช่น “เว็บ” “เวป” หรือ “ออนไลน์” กับ “online” แล้วใช้รูปที่คนในกลุ่มลูกค้าใช้จริง
- แยกคำค้นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษออกจากกัน ชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ค้นว่า “dentist Sukhumvit” ส่วนคนไทยค้นว่า “ทำฟัน สุขุมวิท” สองกลุ่มนี้ควรได้หน้าคนละภาษา ไม่ใช่หน้าเดียวที่ผสมสองภาษา
- ดูคำที่คนค้นจริงจาก Search Console หลังเปิดเว็บ แล้วนำมาปรับหัวข้อ
สำหรับเว็บสองภาษา แต่ละภาษาควรมี URL แยกและบอก Google ว่าเป็นคู่ภาษากัน เพื่อให้คนไทยเห็นหน้าไทยและชาวต่างชาติเห็นหน้าอังกฤษ
สิ่งที่ควรตั้งค่าไว้ตั้งแต่สร้างเว็บไซต์
งาน SEO หลายอย่างแก้ยากถ้าเว็บสร้างมาผิดตั้งแต่ต้น สิ่งต่อไปนี้ควรอยู่ในเว็บตั้งแต่วันเปิดตัว
- ชื่อหน้าและคำอธิบายที่เขียนเฉพาะแต่ละหน้า ไม่ใช้ค่าเดียวกันทั้งเว็บ
- หัวข้อ H1 หนึ่งอันต่อหน้า และ H2 H3 ที่เรียงตามโครงเรื่อง
- หน้าเว็บที่เบาและโหลดเร็ว ถ้าตอนนี้เว็บของคุณช้า อ่านสาเหตุในเว็บไซต์โหลดช้าเกิดจากอะไร
- การจัดวางที่ใช้งานง่ายบนมือถือ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับประสบการณ์ผู้ใช้ อธิบายไว้ในUI กับ UX คืออะไร
- ข้อมูลโครงสร้าง (schema) ที่บอก Google ว่าหน้านี้เป็นธุรกิจ บทความ หรือคำถามที่พบบ่อย
สำหรับคนที่กำลังจะทำเว็บใหม่ แพ็กเกจ Starter ของเราเริ่มต้น 10,000 บาท รวม on-page SEO ไว้แล้ว ส่วนแพ็กเกจ Business เริ่มต้น 30,000 บาท เพิ่มการจับคู่คำค้นกับหน้าและ schema markup ทั้งสองเป็นราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว ดูวิธีที่เรานำพื้นฐานเหล่านี้ไปใส่ในงานดีไซน์ได้ที่หน้าบริษัทออกแบบเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ หรือถ้าเป็นเว็บองค์กรหลายหน้าสองภาษา ดูหน้ารับทำเว็บไซต์บริษัท
สัญญาณอันตรายเมื่อมีคนเสนอทำ SEO
Google เขียนไว้ในคู่มือเรื่องการจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าเว็บจะขึ้นอันดับแรกบน Google ข้อเสนอต่อไปนี้จึงควรทำให้คุณหยุดคิดก่อนเซ็นสัญญา
- สัญญาว่าจะได้อันดับแรก หรือกำหนดวันที่จะเห็นผลไว้แน่นอน
- ขายลิงก์เป็นแพ็กเกจ เช่น “1,000 backlinks” การซื้อลิงก์เพื่อปั่นอันดับขัดกับนโยบายสแปมของ Google และอาจทำให้เว็บถูกลดอันดับ
- รีวิวปลอม การสร้างหรือซื้อรีวิวบนโปรไฟล์ธุรกิจเสี่ยงต่อการถูกลบรีวิวและถูกระงับโปรไฟล์
- ไม่ยอมบอกว่าทำอะไร อ้างว่าเป็นเทคนิคลับ หรือไม่ให้สิทธิ์เข้าถึง Search Console ของเว็บคุณเอง
- ขอเป็นเจ้าของบัญชีแทนคุณ บัญชี Google Business Profile และ Search Console ควรเป็นชื่อธุรกิจของคุณเสมอ
ถ้าคุณมีคำถามเรื่องการสร้างเว็บให้พร้อมสำหรับการค้นหา เช่น โครงสร้างหน้าหรือการทำเว็บสองภาษา ติดต่อทีมของเราได้ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น.
อ่านต่อเรื่องเว็บไซต์และการค้นหา
บทความด้านล่างเจาะลึกเรื่องความเร็ว การออกแบบ และโครงสร้างเว็บ หรือเลือกอ่านบทความทั้งหมดในคลังของเรา
แหล่งอ้างอิง
- Google Search Central: คู่มือเริ่มต้นใช้งาน SEO (SEO Starter Guide)
- Google Search Central: วิธีการทำงานของ Google Search
- Google Search Central: คุณต้องใช้ SEO หรือไม่
- Google Search Central: นโยบายสแปมสำหรับ Google Web Search

