ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

SEO คืออะไร อธิบายให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน

SEO คืออะไร Google จัดอันดับเว็บอย่างไร และเจ้าของธุรกิจควรเริ่มจากตรงไหน อธิบายแบบเป็นกลางให้เข้าใจพื้นฐานก่อนตัดสินใจ

ภาพปกบทความ: SEO

SEO คืออะไร และย่อมาจากอะไร

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google เข้าใจว่าแต่ละหน้าพูดถึงอะไร และแสดงหน้านั้นให้คนที่ค้นหาเรื่องนั้นอยู่เห็น โดยไม่ต้องจ่ายเงินต่อคลิกเหมือนโฆษณา ผลลัพธ์ของ SEO คือผลการค้นหาแบบธรรมชาติ หรือที่มักเรียกว่า organic ซึ่งอยู่ถัดจากช่องโฆษณาในหน้าผลการค้นหา

ตัวอย่างง่าย ๆ ร้านซ่อมแอร์ในย่านลาดพร้าวอยากให้คนที่พิมพ์ว่า “ล้างแอร์ ลาดพร้าว” เจอเว็บของร้าน งาน SEO คือทำให้เว็บมีหน้าที่ตอบคำค้นนั้นตรง ๆ โหลดเร็วบนมือถือ มีชื่อหน้าและคำอธิบายที่ชัดเจน และมีเว็บอื่นอ้างถึงร้านบ้าง เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ครบ โอกาสที่ Google จะเลือกแสดงหน้านั้นก็สูงขึ้น แต่ไม่มีใครรับประกันผลได้

เราเขียนบทความนี้แบบเป็นกลาง เราวางพื้นฐาน SEO ไว้ในงานสร้างเว็บตามแพ็กเกจ แต่ไม่ได้รับทำ SEO รายเดือนหรือลงโฆษณา เนื้อหาส่วนใหญ่จึงเน้นให้คุณเข้าใจพื้นฐาน ส่วนแพ็กเกจของเราสรุปแยกไว้ช่วงท้ายสำหรับคนที่กำลังจะทำเว็บใหม่

Google ค้นหาและจัดอันดับเว็บไซต์อย่างไร

ตามคำอธิบายของ Google Search Central การค้นหามีสามขั้นตอนหลัก และเว็บต้องผ่านทีละขั้นจึงจะมีโอกาสปรากฏในผลการค้นหา

  1. การรวบรวมข้อมูล (crawling) โปรแกรมของ Google ที่เรียกว่า Googlebot ไล่ตามลิงก์และแผนผังเว็บไซต์ (sitemap) เพื่อค้นพบหน้าใหม่ หน้าที่ไม่มีลิงก์ใดชี้ไปถึงอาจไม่ถูกพบเลย
  2. การจัดทำดัชนี (indexing) Google อ่านข้อความ รูปภาพ และข้อมูลโครงสร้างในหน้า แล้วเก็บไว้ในฐานข้อมูล ไม่ใช่ทุกหน้าที่ถูกเก็บ หน้าที่ซ้ำกับหน้าอื่นหรือมีเนื้อหาน้อยมากอาจถูกข้าม
  3. การแสดงผลและจัดอันดับ (serving) เมื่อมีคนค้นหา ระบบจะเลือกหน้าที่เกี่ยวข้องและมีคุณภาพที่สุด โดยพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ภาษาของผู้ค้นหา ตำแหน่งที่อยู่ และอุปกรณ์ที่ใช้

Google ระบุเองว่าไม่รับเงินเพื่อให้เว็บถูกรวบรวมข้อมูลบ่อยขึ้นหรือได้อันดับดีขึ้นในผลการค้นหาแบบธรรมชาติ ช่องทางเดียวที่จ่ายเงินแล้วได้ตำแหน่งคือโฆษณา ซึ่งแยกป้ายกำกับไว้ชัดเจน

SEO มีกี่ประเภท

นิยมแบ่งงาน SEO ออกเป็นสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มแก้ปัญหาคนละแบบ

Technical SEO

ดูแลให้ Google เข้าถึงและอ่านเว็บได้ เช่น ใช้ HTTPS มี sitemap ไม่มีหน้าเสีย โครงสร้าง URL อ่านง่าย รองรับมือถือ และโหลดเร็ว เป็นงานที่ผู้พัฒนาเว็บควรทำให้ถูกตั้งแต่แรก

On-page SEO และเนื้อหา

ทำให้แต่ละหน้าตอบคำถามเดียวให้ชัด มีชื่อหน้า (title) คำอธิบาย (meta description) หัวข้อที่เรียงลำดับถูกต้อง ข้อความ alt ของรูป และลิงก์ภายในที่พาไปหน้าที่เกี่ยวข้อง

Off-page SEO

สิ่งที่เกิดนอกเว็บของคุณ เช่น เว็บอื่นลิงก์มาหา การถูกกล่าวถึงในสื่อ และโปรไฟล์ธุรกิจบน Google สำหรับการค้นหาในพื้นที่ ส่วนนี้สร้างเร็วไม่ได้ และเป็นจุดที่มีการเสนอทางลัดที่ผิดกฎมากที่สุด

กระบวนการทำ SEO ทีละขั้น

  1. ค้นหาคำค้น (keyword research) รวบรวมคำที่ลูกค้าใช้จริง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แล้วแยกตามเจตนา เช่น คนที่ค้นว่า “ราคาทำเว็บ” ต่างจากคนที่ค้นว่า “เว็บไซต์คืออะไร”
  2. วางโครงสร้างเว็บ จับคู่คำค้นหนึ่งกลุ่มกับหนึ่งหน้า เพื่อไม่ให้หลายหน้าแย่งคำเดียวกัน ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่าหน้าเว็บธุรกิจควรเรียงอย่างไร ดูตัวอย่างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจประกอบ
  3. เขียนเนื้อหา ตอบคำถามในย่อหน้าแรก แล้วค่อยลงรายละเอียด เขียนจากความรู้จริงของธุรกิจ ไม่คัดลอกจากคู่แข่ง
  4. ตรวจด้านเทคนิค ความเร็ว การแสดงผลบนมือถือ ลิงก์เสีย หน้าซ้ำ และข้อมูลโครงสร้าง (schema)
  5. วัดผลใน Google Search Console ดูว่าหน้าไหนถูกจัดทำดัชนีแล้ว มีคนเห็นกี่ครั้ง คลิกกี่ครั้ง และจากคำค้นอะไร แล้วปรับเนื้อหาตามข้อมูลจริง

ขั้นที่ 1 ถึง 4 ส่วนใหญ่ทำครั้งเดียวตอนสร้างเว็บ ส่วนขั้นที่ 5 และการเพิ่มเนื้อหาใหม่เป็นงานต่อเนื่องที่ธุรกิจทำเองได้ หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญแยกต่างหาก

SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing ในภาษาที่ใช้กันทั่วไปในไทย มักหมายถึงการซื้อโฆษณาบนหน้าค้นหา เช่น Google Ads ความต่างหลักมีดังนี้

ประเด็นSEOโฆษณาบนหน้าค้นหา
ค่าใช้จ่ายต่อคลิกไม่มีจ่ายทุกคลิก
ความเร็วในการเห็นผลช้า ไม่แน่นอนเห็นทันทีที่เปิดแคมเปญ
เมื่อหยุดทำอันดับค่อย ๆ ลดลงหรือคงอยู่ได้ระยะหนึ่งหายไปทันทีเมื่อหยุดจ่าย
สิ่งที่ต้องมีเว็บที่มีโครงสร้างและเนื้อหาดีงบประมาณและหน้าเว็บที่รองรับผู้เข้าชม

ทั้งสองแบบต้องการเว็บที่ดีเหมือนกัน ธุรกิจหลายแห่งใช้ร่วมกัน เราไม่ได้ให้บริการทั้ง SEO รายเดือนและโฆษณา แต่สร้างเว็บให้พร้อมสำหรับทั้งสองทาง

คำค้นภาษาไทยมีรายละเอียดที่ต้องรู้

ภาษาไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำเหมือนภาษาอังกฤษ คนจึงพิมพ์คำเดียวกันได้หลายแบบ เช่น “ทำเว็บไซต์” “ทำ เว็บไซต์” และ “ทําเว็บ” ซึ่งแบบหลังใช้นิคหิตกับสระอาแทนสระอำ หน้าตาเหมือนกันแต่เป็นอักขระคนละตัว Google เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ผลการค้นหาอาจต่างกันเล็กน้อย

สิ่งที่ควรทำกับคำค้นภาษาไทย

  • เขียนเนื้อหาด้วยการสะกดที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องยัดทุกรูปแบบการสะกดลงในหน้า
  • สังเกตคำทับศัพท์ เช่น “เว็บ” “เวป” หรือ “ออนไลน์” กับ “online” แล้วใช้รูปที่คนในกลุ่มลูกค้าใช้จริง
  • แยกคำค้นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษออกจากกัน ชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ค้นว่า “dentist Sukhumvit” ส่วนคนไทยค้นว่า “ทำฟัน สุขุมวิท” สองกลุ่มนี้ควรได้หน้าคนละภาษา ไม่ใช่หน้าเดียวที่ผสมสองภาษา
  • ดูคำที่คนค้นจริงจาก Search Console หลังเปิดเว็บ แล้วนำมาปรับหัวข้อ

สำหรับเว็บสองภาษา แต่ละภาษาควรมี URL แยกและบอก Google ว่าเป็นคู่ภาษากัน เพื่อให้คนไทยเห็นหน้าไทยและชาวต่างชาติเห็นหน้าอังกฤษ

สิ่งที่ควรตั้งค่าไว้ตั้งแต่สร้างเว็บไซต์

งาน SEO หลายอย่างแก้ยากถ้าเว็บสร้างมาผิดตั้งแต่ต้น สิ่งต่อไปนี้ควรอยู่ในเว็บตั้งแต่วันเปิดตัว

  • ชื่อหน้าและคำอธิบายที่เขียนเฉพาะแต่ละหน้า ไม่ใช้ค่าเดียวกันทั้งเว็บ
  • หัวข้อ H1 หนึ่งอันต่อหน้า และ H2 H3 ที่เรียงตามโครงเรื่อง
  • หน้าเว็บที่เบาและโหลดเร็ว ถ้าตอนนี้เว็บของคุณช้า อ่านสาเหตุในเว็บไซต์โหลดช้าเกิดจากอะไร
  • การจัดวางที่ใช้งานง่ายบนมือถือ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับประสบการณ์ผู้ใช้ อธิบายไว้ในUI กับ UX คืออะไร
  • ข้อมูลโครงสร้าง (schema) ที่บอก Google ว่าหน้านี้เป็นธุรกิจ บทความ หรือคำถามที่พบบ่อย

สำหรับคนที่กำลังจะทำเว็บใหม่ แพ็กเกจ Starter ของเราเริ่มต้น 10,000 บาท รวม on-page SEO ไว้แล้ว ส่วนแพ็กเกจ Business เริ่มต้น 30,000 บาท เพิ่มการจับคู่คำค้นกับหน้าและ schema markup ทั้งสองเป็นราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว ดูวิธีที่เรานำพื้นฐานเหล่านี้ไปใส่ในงานดีไซน์ได้ที่หน้าบริษัทออกแบบเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ หรือถ้าเป็นเว็บองค์กรหลายหน้าสองภาษา ดูหน้ารับทำเว็บไซต์บริษัท

สัญญาณอันตรายเมื่อมีคนเสนอทำ SEO

Google เขียนไว้ในคู่มือเรื่องการจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าเว็บจะขึ้นอันดับแรกบน Google ข้อเสนอต่อไปนี้จึงควรทำให้คุณหยุดคิดก่อนเซ็นสัญญา

  • สัญญาว่าจะได้อันดับแรก หรือกำหนดวันที่จะเห็นผลไว้แน่นอน
  • ขายลิงก์เป็นแพ็กเกจ เช่น “1,000 backlinks” การซื้อลิงก์เพื่อปั่นอันดับขัดกับนโยบายสแปมของ Google และอาจทำให้เว็บถูกลดอันดับ
  • รีวิวปลอม การสร้างหรือซื้อรีวิวบนโปรไฟล์ธุรกิจเสี่ยงต่อการถูกลบรีวิวและถูกระงับโปรไฟล์
  • ไม่ยอมบอกว่าทำอะไร อ้างว่าเป็นเทคนิคลับ หรือไม่ให้สิทธิ์เข้าถึง Search Console ของเว็บคุณเอง
  • ขอเป็นเจ้าของบัญชีแทนคุณ บัญชี Google Business Profile และ Search Console ควรเป็นชื่อธุรกิจของคุณเสมอ

ถ้าคุณมีคำถามเรื่องการสร้างเว็บให้พร้อมสำหรับการค้นหา เช่น โครงสร้างหน้าหรือการทำเว็บสองภาษา ติดต่อทีมของเราได้ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น.

แชร์หน้านี้

อ่านต่อเรื่องเว็บไซต์และการค้นหา

บทความด้านล่างเจาะลึกเรื่องความเร็ว การออกแบบ และโครงสร้างเว็บ หรือเลือกอ่านบทความทั้งหมดในคลังของเรา

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

SEO ย่อมาจากอะไร

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization แปลตรงตัวว่าการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับเครื่องมือค้นหา หมายถึงการทำให้ Google เข้าถึง อ่าน และเข้าใจเนื้อหาของแต่ละหน้าได้ดี เพื่อให้หน้านั้นมีโอกาสแสดงในผลการค้นหาแบบธรรมชาติเมื่อมีคนค้นหาเรื่องที่ตรงกัน โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาต่อคลิก

ทำ SEO นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล

ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นกับการแข่งขันของคำค้น อายุและคุณภาพของเว็บ และปริมาณเนื้อหา Google เองระบุว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล สิ่งที่วัดได้เร็วกว่าคือการที่หน้าเว็บถูกจัดทำดัชนีและเริ่มมีการแสดงผลใน Search Console ใครที่ให้กำหนดเวลาแน่นอนควรถูกถามต่อว่าอ้างอิงจากอะไร

SEO ต่างจากการลงโฆษณาบน Google อย่างไร

โฆษณาจ่ายเงินทุกครั้งที่มีคนคลิก เห็นผลทันทีแต่หายไปเมื่อหยุดจ่าย ส่วน SEO ไม่มีค่าคลิก ผลมาช้าและไม่แน่นอน แต่หน้าที่ติดอันดับแล้วมักคงอยู่ได้ระยะหนึ่งแม้ไม่ได้ลงเงินเพิ่ม ทั้งสองแบบต้องการเว็บที่โหลดเร็วและตอบคำถามผู้ใช้ได้ตรง ธุรกิจหลายแห่งจึงใช้ควบคู่กัน

ทำ SEO เองได้ไหม ควรเริ่มจากตรงไหน

ได้ในระดับพื้นฐาน เริ่มจากสมัคร Google Search Console ส่ง sitemap ตรวจว่าทุกหน้ามีชื่อหน้าและคำอธิบายของตัวเอง แล้วเขียนหน้าที่ตอบคำถามลูกค้าจริงทีละหน้า คู่มือ SEO Starter Guide ของ Google เป็นแหล่งเริ่มต้นที่ดีและมีภาษาไทย งานที่ยากกว่าคือโครงสร้างเว็บและความเร็ว ซึ่งควรวางให้ถูกตั้งแต่ตอนสร้าง

บริษัทที่สัญญาว่าจะพาเว็บขึ้นอันดับแรกบน Google เชื่อถือได้ไหม

ควรระวังอย่างมาก Google ระบุชัดว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าเว็บจะอยู่อันดับแรก เพราะอันดับขึ้นกับระบบของ Google และคู่แข่งที่ไม่มีใครควบคุม ข้อเสนอแบบนี้มักมาพร้อมการซื้อลิงก์หรือวัดผลจากคำค้นที่ไม่มีคนค้นจริง ขอดูรายละเอียดงานที่จะทำทุกข้อ และเก็บสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบัญชีทั้งหมดไว้กับธุรกิจของคุณ

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร