ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

เว็บไซต์โหลดช้าเกิดจากอะไร และแก้ได้อย่างไรทีละขั้น

เว็บช้าส่วนใหญ่มาจากรูปใหญ่ สคริปต์และปลั๊กอินเยอะ หรือโฮสติ้งอ่อน วัดด้วย PageSpeed Insights ก่อน แล้วแก้ตามลำดับ

ภาพปกบทความ: ความเร็วเว็บ

ทำไมเว็บไซต์โหลดช้าจึงเสียลูกค้า

เว็บไซต์โหลดช้าส่วนใหญ่เกิดจากสามเรื่อง รูปภาพที่ไฟล์ใหญ่เกินจำเป็น สคริปต์และปลั๊กอินที่โหลดมากเกินไป และโฮสติ้งที่ตอบสนองช้า ข่าวดีคือทั้งสามเรื่องวัดได้ฟรีด้วย Google PageSpeed Insights และหลายข้อแก้ได้โดยไม่ต้องสร้างเว็บใหม่ บทความนี้พาวัดก่อน แล้วค่อยแก้ตามลำดับความยาก

ความเร็วสำคัญเพราะผู้เข้าชมส่วนมากในไทยเปิดเว็บจากมือถือ บางครั้งอยู่บนรถไฟฟ้า บางครั้งใช้สัญญาณ 4G ที่ไม่นิ่ง ถ้าหน้าแรกยังขาวอยู่หลายวินาที คนจำนวนหนึ่งจะกดย้อนกลับไปผลค้นหาและเลือกคู่แข่งแทน โดยที่คุณไม่มีทางรู้ว่าเสียเขาไป Google ก็ใช้ประสบการณ์การใช้งานหน้าเว็บ รวมถึงความเร็ว เป็นหนึ่งในหลายสัญญาณของการจัดอันดับด้วย

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มศึกษาว่าเว็บทำงานอย่างไร ตั้งแต่โดเมน โฮสติ้ง ไปจนถึงเบราว์เซอร์ บทความเว็บไซต์คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับธุรกิจปูพื้นไว้ให้แล้ว

วัดความเร็วด้วย Google PageSpeed Insights

  1. เปิด pagespeed.web.dev แล้ววาง URL ของหน้าที่ต้องการตรวจ ควรตรวจทั้งหน้าแรก หน้าบริการหลัก และหน้าสินค้า ไม่ใช่แค่หน้าแรก
  2. กดวิเคราะห์ แล้วเลือกแท็บมือถือก่อน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ และมักได้คะแนนต่ำกว่า
  3. ดูส่วนบนก่อน ถ้ามีข้อมูลจากผู้ใช้จริง ส่วนนี้จะแสดงค่า Core Web Vitals ของผู้เข้าชมในช่วง 28 วันที่ผ่านมา
  4. เลื่อนลงไปดูคะแนนประสิทธิภาพและรายการคำแนะนำ ซึ่งมาจากการทดสอบจำลอง

ข้อมูลภาคสนามกับข้อมูลจากห้องทดลอง

PageSpeed Insights แสดงข้อมูลสองแบบ ข้อมูลภาคสนามมาจาก Chrome User Experience Report ซึ่งเก็บจากผู้ใช้ Chrome จริง สะท้อนประสบการณ์ของลูกค้าคุณได้ตรงที่สุด แต่เว็บที่มีผู้เข้าชมน้อยอาจไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ข้อมูลจากห้องทดลองมาจาก Lighthouse ที่จำลองการโหลดหน้าบนมือถือระดับกลางกับเครือข่ายที่ช้ากว่าปกติ ตัวเลขนี้เปลี่ยนได้เล็กน้อยทุกครั้งที่ทดสอบ จึงเหมาะใช้หาสาเหตุ ไม่ใช่ตัดสินผล

คะแนนเต็ม 100 ไม่ใช่เป้าหมาย สิ่งที่ต้องดูคือค่า Core Web Vitals ผ่านเกณฑ์หรือไม่ และคำแนะนำข้อไหนประหยัดเวลาได้มากที่สุด

อ่านค่า Core Web Vitals: LCP INP และ CLS

Core Web Vitals คือค่าสามตัวที่ Google ใช้วัดประสบการณ์การใช้งานหน้าเว็บ เกณฑ์ด้านล่างเป็นเกณฑ์ระดับดีตามที่ web.dev ระบุไว้ ณ เวลาที่เขียน โดยวัดที่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ของการเข้าชม แยกมือถือและคอมพิวเตอร์

ค่าวัดอะไรระดับดี
LCP (Largest Contentful Paint)เวลาที่องค์ประกอบใหญ่ที่สุดในหน้าจอแรก เช่น รูปหลักหรือหัวข้อ แสดงเสร็จไม่เกิน 2.5 วินาที
INP (Interaction to Next Paint)ความเร็วที่หน้าเว็บตอบสนองหลังผู้ใช้กด แตะ หรือพิมพ์ไม่เกิน 200 มิลลิวินาที
CLS (Cumulative Layout Shift)หน้าเว็บขยับเองระหว่างโหลดมากแค่ไหนไม่เกิน 0.1

แต่ละค่าชี้ไปที่สาเหตุต่างกัน LCP สูงมักมาจากรูปหลักใหญ่หรือเซิร์ฟเวอร์ตอบช้า INP สูงมักมาจาก JavaScript ที่หนัก เช่น สคริปต์แชตหรือตัวติดตามหลายตัว ส่วน CLS สูงมักมาจากรูปที่ไม่ได้กำหนดขนาด แบนเนอร์ที่แทรกเข้ามาทีหลัง หรือฟอนต์ที่สลับตอนโหลดเสร็จ

สาเหตุที่ทำให้เว็บโหลดช้าบ่อยที่สุด

  • รูปภาพไฟล์ใหญ่ รูปจากกล้องหรือมือถือที่อัปโหลดตรง ๆ อาจใหญ่หลายเมกะไบต์ ทั้งที่แสดงบนจอเพียงไม่กี่ร้อยพิกเซล ปัญหานี้พบบ่อยบนเว็บร้านอาหาร เว็บไซต์โรงแรม และร้านค้าที่มีรูปเยอะ
  • ปลั๊กอินลากวาง (page builder) สะดวกตอนสร้าง แต่มักโหลด CSS และ JavaScript จำนวนมากในทุกหน้า แม้หน้านั้นจะไม่ได้ใช้
  • ปลั๊กอินเยอะเกินจำเป็น ปัญหาไม่ใช่จำนวนอย่างเดียว ปลั๊กอินบางตัวหนักกว่าสิบตัวรวมกัน
  • ไม่มีแคช เซิร์ฟเวอร์ต้องสร้างหน้าใหม่ทุกครั้งที่มีคนเปิด
  • โฮสติ้งราคาถูกที่ใช้ร่วมกันแน่นเกินไป หรือเซิร์ฟเวอร์อยู่ไกลจากผู้ใช้ในไทย วิธีเลือกให้เหมาะอธิบายไว้ในบทความWeb Hosting คืออะไร และเลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ
  • สคริปต์ภายนอก กล่องแชต ปุ่มโซเชียล ตัวติดตามโฆษณา และวิดีโอฝัง แต่ละตัวดึงไฟล์จากเซิร์ฟเวอร์อื่นเพิ่ม
  • ฟอนต์เว็บ ฟอนต์ไทยหลายน้ำหนักรวมกันอาจหนักพอสมควร และทำให้ตัวอักษรกระพริบตอนโหลด
  • ไม่ใช้ CDN สำหรับเว็บที่มีผู้เข้าชมจากหลายประเทศ ไฟล์ต้องเดินทางไกลกว่าที่ควร

วิธีแก้เว็บโหลดช้าเรียงตามความยาก

ทำเองได้ภายในวันเดียว

  1. ย่อขนาดและบีบอัดรูป ปรับความกว้างให้พอดีกับที่แสดงจริง แปลงเป็น WebP และบีบอัดก่อนอัปโหลด
  2. ลบปลั๊กอินที่ไม่ใช้ ปิดแล้วลบทิ้ง ไม่ใช่แค่ปิดไว้
  3. ทบทวนสคริปต์ภายนอก ถ้ามีกล่องแชตสองตัว ตัวติดตามที่ไม่มีใครดูรายงาน หรือวิดีโอฝังที่หน้าแรก ให้เลือกเก็บเฉพาะที่จำเป็น ปุ่ม LINE หรือ WhatsApp แบบลิงก์ธรรมดาเบากว่ากล่องแชตมาก

ต้องใช้ความรู้เทคนิคปานกลาง

  1. เปิดแคชหน้าเว็บ และตั้งให้เบราว์เซอร์เก็บไฟล์ที่ไม่เปลี่ยนบ่อยไว้
  2. โหลดรูปแบบ lazy loading ให้รูปที่อยู่ด้านล่างโหลดเมื่อเลื่อนมาถึง แต่ไม่ใช้กับรูปหลักด้านบน เพราะจะทำให้ LCP แย่ลง
  3. ลดฟอนต์ ใช้น้ำหนักเท่าที่จำเป็น และตัดชุดตัวอักษรที่ไม่ได้ใช้ออก
  4. เปิด HTTPS ให้ถูกต้อง เบราว์เซอร์รองรับ HTTP/2 ผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสเท่านั้น ถ้ายังไม่ได้ทำ ดูวิธีเปิด HTTPS ให้เว็บไซต์

งานใหญ่

ย้ายไปโฮสติ้งที่ดีกว่า ใช้ CDN หรือเปลี่ยนจากปลั๊กอินลากวางมาใช้ธีมที่เขียนเอง งานเหล่านี้ได้ผลมากแต่ต้องวางแผนและทดสอบ ความเร็วเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานค้นหา ภาพรวมที่เหลืออยู่ในบทความการทำ SEO สำหรับเจ้าของธุรกิจ

WordPress ช้า ต้องเช็กอะไรเพิ่ม

  • เวอร์ชัน PHP ดูในหน้าควบคุมโฮสติ้งว่าใช้เวอร์ชันที่ยังได้รับการสนับสนุน เวอร์ชันเก่ามักช้ากว่าและไม่ปลอดภัย
  • ธีม ธีมอเนกประสงค์ที่มีตัวเลือกหลายร้อยแบบมักโหลดไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ ลองเปิดหน้าทดสอบด้วยธีมพื้นฐานเพื่อเปรียบเทียบ
  • ฐานข้อมูล ฉบับร่างเก่า ความคิดเห็นสแปม และข้อมูลชั่วคราวที่สะสมหลายปีทำให้ฐานข้อมูลบวม
  • WP-Cron งานตั้งเวลาที่รันตอนมีคนเข้าเว็บอาจทำให้บางหน้าช้าเป็นช่วง ๆ
  • WooCommerce ร้านที่มีสินค้าหลายพันรายการควรตรวจการค้นหา ตัวกรอง และการคำนวณค่าส่ง ซึ่งมักเป็นจุดที่ช้าที่สุด

ก่อนแก้อะไรบนเว็บจริง ให้สำรองไฟล์และฐานข้อมูลเสมอ และถ้าทำได้ ให้ทดลองบนสำเนาของเว็บก่อน

เมื่อไรควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย

ถ้าแก้ขั้นพื้นฐานแล้วค่า LCP หรือ INP ยังไม่ผ่าน ถ้าเว็บพังหลังอัปเดตปลั๊กอิน หรือถ้าไม่มีใครในทีมกล้าแตะหลังบ้าน ถึงเวลาให้คนที่ทำเป็นประจำช่วยดู บริการรับแก้เว็บไซต์และดูแลหลังเปิดใช้งานของเราประเมินราคาตามสภาพของแต่ละเว็บ ส่งลิงก์เว็บและผล PageSpeed Insights มาทางหน้าขอใบเสนอราคา แล้วเราจะบอกว่าควรเริ่มแก้จากตรงไหน

แชร์หน้านี้

ความเร็วเกี่ยวข้องกับโฮสติ้ง ความปลอดภัย และการค้นหา อ่านต่อได้จากบทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ทั้งหมดของเรา

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

PageSpeed Insights คืออะไร ใช้ฟรีไหม

PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือของ Google ที่ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก เพียงวาง URL ของหน้าที่ต้องการตรวจ เครื่องมือจะแสดงค่า Core Web Vitals จากผู้ใช้จริงหากมีข้อมูลเพียงพอ พร้อมคะแนนจากการทดสอบจำลองและรายการคำแนะนำว่าอะไรทำให้หน้าเว็บช้า ใช้ได้กับทุกเว็บ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเว็บของคุณเอง

คะแนน PageSpeed เท่าไรถึงเรียกว่าเร็วพอ

คะแนนในช่วง 90 ถึง 100 ถือว่าดีตามเกณฑ์ของเครื่องมือ แต่คะแนนนี้มาจากการทดสอบจำลองและขยับได้ทุกครั้งที่ตรวจ สิ่งที่สำคัญกว่าคือค่า Core Web Vitals จากผู้ใช้จริงผ่านเกณฑ์ระดับดีหรือไม่ เว็บที่ได้ 75 แต่ผู้ใช้จริงผ่านทั้งสามค่า มักดีกว่าเว็บที่ได้ 95 ในห้องทดลองแต่ลูกค้าจริงรอนาน

ทำไมคะแนนบนมือถือต่ำกว่าบนคอมพิวเตอร์

เพราะการทดสอบบนมือถือจำลองอุปกรณ์ที่ประมวลผลช้ากว่าและเครือข่ายที่ช้ากว่าคอมพิวเตอร์ JavaScript ที่รันได้เร็วบนโน้ตบุ๊กจึงใช้เวลานานกว่ามากบนมือถือ ผลนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ลูกค้าจำนวนมากเจอจริง จึงควรให้ความสำคัญกับคะแนนมือถือก่อน และตรวจบนโทรศัพท์จริงประกอบด้วย

ปลั๊กอินเยอะทำให้ WordPress ช้าจริงไหม

จริงบางส่วน จำนวนปลั๊กอินไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว ปลั๊กอินเล็กที่เขียนดีสิบตัวอาจเบากว่าปลั๊กอินใหญ่ตัวเดียวที่โหลดสคริปต์ทุกหน้า วิธีตรวจคือปิดทีละตัวบนสำเนาของเว็บแล้ววัดความเร็วใหม่ ปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ควรลบทิ้งเสมอ เพราะนอกจากเรื่องความเร็วยังเป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้

ย้ายโฮสติ้งช่วยให้เว็บเร็วขึ้นหรือไม่

ช่วยได้เมื่อปัญหาอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ เช่น เวลาตอบสนองครั้งแรกนาน หรือเว็บช้าลงมากในช่วงที่มีคนเข้าเยอะ แต่ถ้าสาเหตุคือรูปใหญ่ สคริปต์ภายนอก หรือธีมที่หนัก การย้ายโฮสติ้งแทบไม่ช่วย ควรวัดด้วย PageSpeed Insights และแก้ปัญหาฝั่งหน้าเว็บก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องย้ายโฮสติ้ง

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร