ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

เว็บไซต์คืออะไร องค์ประกอบ โครงสร้าง และประโยชน์ที่ธุรกิจได้รับ

เว็บไซต์คืออะไร ต่างจากเว็บเพจและโฮมเพจอย่างไร ทำงานได้เพราะอะไร และทำไมธุรกิจยังควรมีเว็บของตัวเอง

ภาพปกบทความ: พื้นฐานเว็บไซต์

เว็บไซต์คืออะไร

เว็บไซต์ (Website) คือกลุ่มของหน้าเว็บหลายหน้าที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ภายใต้ชื่อโดเมนเดียวกัน และเปิดดูได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Chrome หรือ Safari บนคอมพิวเตอร์และมือถือ หน้าเหล่านั้นเชื่อมถึงกันด้วยเมนูและลิงก์ ทำให้ผู้เข้าชมเดินจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่งได้

ลองนึกถึงร้านกาแฟที่มีเว็บชื่อ ร้านตัวอย่าง.com ภายในมีหน้าเมนูเครื่องดื่ม หน้าสาขา หน้าเกี่ยวกับร้าน และหน้าติดต่อ ทุกหน้ารวมกันคือเว็บไซต์ของร้าน ส่วนแต่ละหน้าที่เปิดอยู่บนจอคือเว็บเพจหนึ่งหน้า ความหมายนี้ใช้ได้ทั้งเว็บเล็กห้าหน้าไปจนถึงเว็บข่าวที่มีหลายหมื่นหน้า

ในภาษาพูด คนไทยมักเรียกสั้น ๆ ว่า “เว็บ” ซึ่งหมายถึงเว็บไซต์ทั้งเว็บ ส่วนคำว่า “เพจ” ในชีวิตประจำวันมักหมายถึงเพจ Facebook ซึ่งเป็นคนละอย่างกับเว็บเพจในความหมายทางเทคนิค

เว็บไซต์ เว็บเพจ และโฮมเพจ ต่างกันอย่างไร

สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่หมายถึงสิ่งต่างระดับกัน เปรียบเทียบกับหนังสือหนึ่งเล่มจะเห็นภาพง่ายที่สุด

คำความหมายเทียบกับหนังสือ
เว็บไซต์ (Website)ทุกหน้าที่อยู่ภายใต้โดเมนเดียวกันหนังสือทั้งเล่ม
เว็บเพจ (Web page)เอกสารหนึ่งหน้าที่มีที่อยู่ URL ของตัวเองหนึ่งบท
โฮมเพจ (Home page)หน้าแรกที่เปิดขึ้นเมื่อพิมพ์ชื่อโดเมนเฉย ๆหน้าปกและสารบัญ

ตัวอย่างเช่น เมื่อพิมพ์ชื่อโดเมนของโรงแรมแห่งหนึ่งลงในเบราว์เซอร์ หน้าแรกที่ขึ้นมาคือโฮมเพจ เมื่อกดเมนู “ห้องพัก” จะไปที่เว็บเพจอีกหน้าหนึ่ง ซึ่ง URL จะยาวขึ้น เช่น มี /rooms/ ต่อท้าย ทั้งโฮมเพจ หน้าห้องพัก และหน้าอื่นทั้งหมดรวมกันเป็นเว็บไซต์ของโรงแรม ส่วนเว็บไซต์โรงแรมควรมีหน้าอะไรบ้าง สรุปไว้ในหน้าบริการของเรา

โฮมเพจมีหน้าที่พิเศษคือบอกให้ผู้มาเยือนรู้ภายในไม่กี่วินาทีว่าธุรกิจนี้ทำอะไร และควรไปต่อที่หน้าไหน แต่ผู้เข้าชมจำนวนมากไม่ได้เข้าทางโฮมเพจ พวกเขาอาจเข้าตรงที่หน้าบริการหรือบทความจากผลการค้นหา ทุกหน้าจึงควรมีเมนูและปุ่มติดต่อครบเหมือนกัน

องค์ประกอบที่ทำให้เว็บไซต์เปิดได้

ตามคำอธิบายของ MDN เมื่อคุณพิมพ์ที่อยู่เว็บลงในเบราว์เซอร์ จะมีขั้นตอนเบื้องหลังหลายอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที องค์ประกอบหลักที่ต้องมีคือ

  • โดเมน (Domain) ชื่อที่คนจำได้ เช่น ชื่อร้าน.com หรือ ชื่อบริษัท.co.th ระบบ DNS จะแปลงชื่อนี้เป็นหมายเลขของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ขั้นตอนการจดอธิบายไว้ในบทความจดโดเมน .com และ .co.th ทำอย่างไร
  • โฮสติ้ง (Hosting) เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์และข้อมูลของเว็บไว้ และเปิดให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา ประเภทต่าง ๆ ดูได้ในWeb Hosting คืออะไร เลือกแบบไหนดี
  • เบราว์เซอร์ (Browser) โปรแกรมฝั่งผู้ใช้ที่ส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ แล้วแปลงไฟล์ HTML CSS และ JavaScript ที่ได้รับกลับมาเป็นหน้าเว็บที่เห็นบนจอ
  • HTTP และ HTTPS ภาษากลางที่เบราว์เซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ใช้คุยกัน HTTPS คือแบบที่เข้ารหัสข้อมูลระหว่างทาง ซึ่งเว็บธุรกิจทุกเว็บควรใช้ อ่านเพิ่มในHTTPS คืออะไร และสำคัญอย่างไร

โครงสร้างเว็บไซต์คืออะไร

โครงสร้างเว็บไซต์คือการจัดลำดับหน้าต่าง ๆ ว่าหน้าไหนเป็นหน้าหลัก หน้าไหนเป็นหน้าย่อย และเชื่อมกันอย่างไร โครงสร้างที่ดีทำให้ผู้ใช้หาข้อมูลเจอในไม่กี่คลิก และช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหา

ส่วนประกอบของโครงสร้าง

  • ลำดับชั้น เช่น หน้าแรก > บริการ > บริการย่อยแต่ละตัว คล้ายแผนผังองค์กร
  • เมนูนำทาง แถบด้านบนที่รวมหน้าหลัก และบนมือถือมักย่อเป็นปุ่มสามขีด
  • ลิงก์ภายใน ลิงก์ในเนื้อหาที่พาไปหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น จากบทความไปหน้าบริการ
  • URL ที่อ่านเข้าใจ เช่น /services/cleaning/ ดีกว่าชุดตัวเลขที่ไม่มีความหมาย

ส่วนที่เห็นบนเกือบทุกหน้า

เว็บธุรกิจทั่วไปมีส่วนหัว (header) ที่มีโลโก้และเมนู ส่วนเนื้อหาหลัก ฟอร์มหรือปุ่มติดต่อ และส่วนท้าย (footer) ที่มีที่อยู่ เวลาทำการ และลิงก์ไปยังนโยบายความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย PDPA โครงสร้างจะต่างกันไปตามประเภทของเว็บ เช่น ร้านค้าออนไลน์มีหน้าหมวดสินค้าและตะกร้า ส่วนเว็บบริษัทเน้นหน้าบริการ ถ้าอยากรู้ว่าเว็บไซต์มีกี่ประเภทและแบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ อ่านต่อได้ในบทความแยก

เว็บไซต์แบบ static และ dynamic

เว็บแบบ static คือเว็บที่แต่ละหน้าเป็นไฟล์สำเร็จรูป ทุกคนที่เปิดจะเห็นเนื้อหาเหมือนกัน ถ้าจะแก้ข้อความต้องแก้ไฟล์แล้วอัปโหลดใหม่ ข้อดีคือเร็วและมีจุดให้โจมตีน้อย ข้อเสียคือเจ้าของเว็บที่ไม่เขียนโค้ดแก้ไขเองได้ยาก

เว็บแบบ dynamic สร้างหน้าขึ้นจากฐานข้อมูลในตอนที่มีคนเปิด ทำให้แสดงเนื้อหาต่างกันได้ เช่น ตะกร้าสินค้าของแต่ละคน ผลการค้นหาในเว็บ หรือบทความใหม่ที่เพิ่งเพิ่ม เว็บส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) อย่าง WordPress เป็นแบบนี้ เจ้าของเว็บเข้าหลังบ้านแล้วแก้ไขผ่านหน้าจอที่ใช้ง่ายได้เอง

ธุรกิจที่อัปเดตข่าวสาร โปรโมชัน หรือสินค้าบ่อย มักเหมาะกับแบบ dynamic ที่มี CMS ส่วนเว็บที่แทบไม่เปลี่ยนเนื้อหาเลยอาจใช้แบบ static ได้ ถ้าอยากเห็นว่าแต่ละแบบสร้างอย่างไรตั้งแต่ต้นจนเปิดใช้ อ่านวิธีสร้างเว็บไซต์ทีละขั้นตอน

ประโยชน์ของเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ

ธุรกิจไทยจำนวนมากเริ่มจากเพจ Facebook หรือบัญชี LINE ซึ่งใช้คุยกับลูกค้าได้ดี แต่เว็บไซต์ของตัวเองให้สิ่งที่ช่องทางเหล่านั้นให้ไม่ได้

  • เป็นช่องทางที่คุณเป็นเจ้าของ แพลตฟอร์มโซเชียลเปลี่ยนกฎการมองเห็นโพสต์หรือระงับบัญชีได้ แต่เว็บที่อยู่บนโดเมนของคุณไม่ขึ้นกับการตัดสินใจของแพลตฟอร์มเหล่านั้น
  • ถูกค้นเจอบน Google คนที่ค้นหาบริการในย่านของคุณ เช่น คลินิกแถวอโศก จะเจอหน้าเว็บที่ตอบคำค้นนั้นได้ตรงกว่าโพสต์ในเพจ
  • สร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าองค์กร นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ มักตรวจดูเว็บก่อนติดต่อ เว็บสองภาษาช่วยให้ทั้งคนไทยและต่างชาติอ่านข้อมูลเดียวกันได้
  • รับคำขอได้ตลอดเวลา ฟอร์มสอบถาม ปุ่ม WhatsApp และ LINE หรือระบบสั่งซื้อที่รับชำระผ่าน PromptPay ทำงานแม้ร้านปิดแล้ว
  • รวมข้อมูลไว้ที่เดียว ราคา บริการ แผนที่ และคำถามที่พบบ่อย ช่วยลดคำถามซ้ำในแชต

เว็บไซต์ไม่ได้มาแทนโซเชียลมีเดีย แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ทุกช่องทางลิงก์กลับมา ถ้าคุณพร้อมจะมีเว็บของธุรกิจ ดูสิ่งที่รวมอยู่ในบริการทำเว็บไซต์บริษัทและ SME หรือเปรียบเทียบแพ็กเกจในหน้าราคาทำเว็บไซต์ แพ็กเกจ Starter เริ่มต้น 10,000 บาท สำหรับเว็บไม่เกินห้าหน้า เป็นราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว

แชร์หน้านี้

บทความพื้นฐานเรื่องเว็บไซต์

เมื่อเข้าใจความหมายของเว็บไซต์แล้ว บทความด้านล่างจะพาไปต่อเรื่องโดเมน โฮสติ้ง และการเลือกประเภทเว็บ หรือดูบทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ทั้งหมดได้ในคลังของเรา

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์กับเว็บเพจต่างกันอย่างไร

เว็บเพจคือเอกสารหนึ่งหน้าที่มี URL ของตัวเอง เช่น หน้าติดต่อหรือหน้าบทความหนึ่งเรื่อง ส่วนเว็บไซต์คือการรวมเว็บเพจทุกหน้าที่อยู่ภายใต้โดเมนเดียวกันและเชื่อมกันด้วยเมนูและลิงก์ เทียบง่าย ๆ ได้ว่าเว็บเพจคือหนึ่งบท และเว็บไซต์คือหนังสือทั้งเล่ม

โฮมเพจคืออะไร

โฮมเพจคือหน้าแรกของเว็บไซต์ ที่เปิดขึ้นเมื่อพิมพ์ชื่อโดเมนโดยไม่มีส่วนต่อท้าย ทำหน้าที่บอกว่าธุรกิจทำอะไร และพาผู้เข้าชมไปยังหน้าสำคัญ เช่น บริการ ราคา หรือหน้าติดต่อ อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าชมจำนวนมากเข้าเว็บผ่านหน้าอื่นจากผลการค้นหา ทุกหน้าจึงควรใช้งานได้ด้วยตัวเอง

มีเพจ Facebook แล้ว ยังต้องมีเว็บไซต์อีกไหม

ควรมีทั้งสองอย่างถ้าธุรกิจต้องการลูกค้าจากการค้นหาหรือลูกค้าองค์กร เพจ Facebook เหมาะกับการโพสต์และคุยกับลูกค้า แต่แพลตฟอร์มควบคุมการมองเห็นและกฎการใช้งาน เว็บไซต์อยู่บนโดเมนของคุณ ถูกค้นเจอบน Google ได้ดีกว่า และจัดข้อมูลบริการ ราคา และฟอร์มติดต่อได้ครบในที่เดียว

เว็บไซต์หนึ่งเว็บประกอบด้วยอะไรบ้าง

ในด้านเทคนิค เว็บต้องมีโดเมน โฮสติ้ง และไฟล์ของเว็บ ซึ่งเบราว์เซอร์เปิดผ่าน HTTPS ในด้านเนื้อหา เว็บธุรกิจทั่วไปมีโฮมเพจ หน้าบริการหรือสินค้า หน้าเกี่ยวกับเรา หน้าติดต่อ และหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว โดยแต่ละหน้ามีส่วนหัว เนื้อหา และส่วนท้ายที่มีข้อมูลติดต่อ

เว็บไซต์แบบ static กับ dynamic ต่างกันอย่างไร

เว็บ static เป็นไฟล์สำเร็จรูป ทุกคนเห็นเนื้อหาเหมือนกัน โหลดเร็ว แต่แก้ไขต้องใช้คนที่เขียนโค้ด เว็บ dynamic สร้างหน้าจากฐานข้อมูลตอนมีคนเปิด แสดงเนื้อหาเฉพาะคนได้ เช่น ตะกร้าสินค้า และมักมีระบบหลังบ้านอย่าง WordPress ให้เจ้าของแก้ไขเองได้ เว็บธุรกิจที่อัปเดตบ่อยจึงนิยมแบบ dynamic

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร