เว็บไซต์คืออะไร
เว็บไซต์ (Website) คือกลุ่มของหน้าเว็บหลายหน้าที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ภายใต้ชื่อโดเมนเดียวกัน และเปิดดูได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Chrome หรือ Safari บนคอมพิวเตอร์และมือถือ หน้าเหล่านั้นเชื่อมถึงกันด้วยเมนูและลิงก์ ทำให้ผู้เข้าชมเดินจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่งได้
ลองนึกถึงร้านกาแฟที่มีเว็บชื่อ ร้านตัวอย่าง.com ภายในมีหน้าเมนูเครื่องดื่ม หน้าสาขา หน้าเกี่ยวกับร้าน และหน้าติดต่อ ทุกหน้ารวมกันคือเว็บไซต์ของร้าน ส่วนแต่ละหน้าที่เปิดอยู่บนจอคือเว็บเพจหนึ่งหน้า ความหมายนี้ใช้ได้ทั้งเว็บเล็กห้าหน้าไปจนถึงเว็บข่าวที่มีหลายหมื่นหน้า
ในภาษาพูด คนไทยมักเรียกสั้น ๆ ว่า “เว็บ” ซึ่งหมายถึงเว็บไซต์ทั้งเว็บ ส่วนคำว่า “เพจ” ในชีวิตประจำวันมักหมายถึงเพจ Facebook ซึ่งเป็นคนละอย่างกับเว็บเพจในความหมายทางเทคนิค
เว็บไซต์ เว็บเพจ และโฮมเพจ ต่างกันอย่างไร
สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่หมายถึงสิ่งต่างระดับกัน เปรียบเทียบกับหนังสือหนึ่งเล่มจะเห็นภาพง่ายที่สุด
| คำ | ความหมาย | เทียบกับหนังสือ |
|---|---|---|
| เว็บไซต์ (Website) | ทุกหน้าที่อยู่ภายใต้โดเมนเดียวกัน | หนังสือทั้งเล่ม |
| เว็บเพจ (Web page) | เอกสารหนึ่งหน้าที่มีที่อยู่ URL ของตัวเอง | หนึ่งบท |
| โฮมเพจ (Home page) | หน้าแรกที่เปิดขึ้นเมื่อพิมพ์ชื่อโดเมนเฉย ๆ | หน้าปกและสารบัญ |
ตัวอย่างเช่น เมื่อพิมพ์ชื่อโดเมนของโรงแรมแห่งหนึ่งลงในเบราว์เซอร์ หน้าแรกที่ขึ้นมาคือโฮมเพจ เมื่อกดเมนู “ห้องพัก” จะไปที่เว็บเพจอีกหน้าหนึ่ง ซึ่ง URL จะยาวขึ้น เช่น มี /rooms/ ต่อท้าย ทั้งโฮมเพจ หน้าห้องพัก และหน้าอื่นทั้งหมดรวมกันเป็นเว็บไซต์ของโรงแรม ส่วนเว็บไซต์โรงแรมควรมีหน้าอะไรบ้าง สรุปไว้ในหน้าบริการของเรา
โฮมเพจมีหน้าที่พิเศษคือบอกให้ผู้มาเยือนรู้ภายในไม่กี่วินาทีว่าธุรกิจนี้ทำอะไร และควรไปต่อที่หน้าไหน แต่ผู้เข้าชมจำนวนมากไม่ได้เข้าทางโฮมเพจ พวกเขาอาจเข้าตรงที่หน้าบริการหรือบทความจากผลการค้นหา ทุกหน้าจึงควรมีเมนูและปุ่มติดต่อครบเหมือนกัน
องค์ประกอบที่ทำให้เว็บไซต์เปิดได้
ตามคำอธิบายของ MDN เมื่อคุณพิมพ์ที่อยู่เว็บลงในเบราว์เซอร์ จะมีขั้นตอนเบื้องหลังหลายอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที องค์ประกอบหลักที่ต้องมีคือ
- โดเมน (Domain) ชื่อที่คนจำได้ เช่น ชื่อร้าน.com หรือ ชื่อบริษัท.co.th ระบบ DNS จะแปลงชื่อนี้เป็นหมายเลขของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ขั้นตอนการจดอธิบายไว้ในบทความจดโดเมน .com และ .co.th ทำอย่างไร
- โฮสติ้ง (Hosting) เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์และข้อมูลของเว็บไว้ และเปิดให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา ประเภทต่าง ๆ ดูได้ในWeb Hosting คืออะไร เลือกแบบไหนดี
- เบราว์เซอร์ (Browser) โปรแกรมฝั่งผู้ใช้ที่ส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ แล้วแปลงไฟล์ HTML CSS และ JavaScript ที่ได้รับกลับมาเป็นหน้าเว็บที่เห็นบนจอ
- HTTP และ HTTPS ภาษากลางที่เบราว์เซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ใช้คุยกัน HTTPS คือแบบที่เข้ารหัสข้อมูลระหว่างทาง ซึ่งเว็บธุรกิจทุกเว็บควรใช้ อ่านเพิ่มในHTTPS คืออะไร และสำคัญอย่างไร
โครงสร้างเว็บไซต์คืออะไร
โครงสร้างเว็บไซต์คือการจัดลำดับหน้าต่าง ๆ ว่าหน้าไหนเป็นหน้าหลัก หน้าไหนเป็นหน้าย่อย และเชื่อมกันอย่างไร โครงสร้างที่ดีทำให้ผู้ใช้หาข้อมูลเจอในไม่กี่คลิก และช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหา
ส่วนประกอบของโครงสร้าง
- ลำดับชั้น เช่น หน้าแรก > บริการ > บริการย่อยแต่ละตัว คล้ายแผนผังองค์กร
- เมนูนำทาง แถบด้านบนที่รวมหน้าหลัก และบนมือถือมักย่อเป็นปุ่มสามขีด
- ลิงก์ภายใน ลิงก์ในเนื้อหาที่พาไปหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น จากบทความไปหน้าบริการ
- URL ที่อ่านเข้าใจ เช่น /services/cleaning/ ดีกว่าชุดตัวเลขที่ไม่มีความหมาย
ส่วนที่เห็นบนเกือบทุกหน้า
เว็บธุรกิจทั่วไปมีส่วนหัว (header) ที่มีโลโก้และเมนู ส่วนเนื้อหาหลัก ฟอร์มหรือปุ่มติดต่อ และส่วนท้าย (footer) ที่มีที่อยู่ เวลาทำการ และลิงก์ไปยังนโยบายความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย PDPA โครงสร้างจะต่างกันไปตามประเภทของเว็บ เช่น ร้านค้าออนไลน์มีหน้าหมวดสินค้าและตะกร้า ส่วนเว็บบริษัทเน้นหน้าบริการ ถ้าอยากรู้ว่าเว็บไซต์มีกี่ประเภทและแบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ อ่านต่อได้ในบทความแยก
เว็บไซต์แบบ static และ dynamic
เว็บแบบ static คือเว็บที่แต่ละหน้าเป็นไฟล์สำเร็จรูป ทุกคนที่เปิดจะเห็นเนื้อหาเหมือนกัน ถ้าจะแก้ข้อความต้องแก้ไฟล์แล้วอัปโหลดใหม่ ข้อดีคือเร็วและมีจุดให้โจมตีน้อย ข้อเสียคือเจ้าของเว็บที่ไม่เขียนโค้ดแก้ไขเองได้ยาก
เว็บแบบ dynamic สร้างหน้าขึ้นจากฐานข้อมูลในตอนที่มีคนเปิด ทำให้แสดงเนื้อหาต่างกันได้ เช่น ตะกร้าสินค้าของแต่ละคน ผลการค้นหาในเว็บ หรือบทความใหม่ที่เพิ่งเพิ่ม เว็บส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) อย่าง WordPress เป็นแบบนี้ เจ้าของเว็บเข้าหลังบ้านแล้วแก้ไขผ่านหน้าจอที่ใช้ง่ายได้เอง
ธุรกิจที่อัปเดตข่าวสาร โปรโมชัน หรือสินค้าบ่อย มักเหมาะกับแบบ dynamic ที่มี CMS ส่วนเว็บที่แทบไม่เปลี่ยนเนื้อหาเลยอาจใช้แบบ static ได้ ถ้าอยากเห็นว่าแต่ละแบบสร้างอย่างไรตั้งแต่ต้นจนเปิดใช้ อ่านวิธีสร้างเว็บไซต์ทีละขั้นตอน
ประโยชน์ของเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ
ธุรกิจไทยจำนวนมากเริ่มจากเพจ Facebook หรือบัญชี LINE ซึ่งใช้คุยกับลูกค้าได้ดี แต่เว็บไซต์ของตัวเองให้สิ่งที่ช่องทางเหล่านั้นให้ไม่ได้
- เป็นช่องทางที่คุณเป็นเจ้าของ แพลตฟอร์มโซเชียลเปลี่ยนกฎการมองเห็นโพสต์หรือระงับบัญชีได้ แต่เว็บที่อยู่บนโดเมนของคุณไม่ขึ้นกับการตัดสินใจของแพลตฟอร์มเหล่านั้น
- ถูกค้นเจอบน Google คนที่ค้นหาบริการในย่านของคุณ เช่น คลินิกแถวอโศก จะเจอหน้าเว็บที่ตอบคำค้นนั้นได้ตรงกว่าโพสต์ในเพจ
- สร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าองค์กร นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ มักตรวจดูเว็บก่อนติดต่อ เว็บสองภาษาช่วยให้ทั้งคนไทยและต่างชาติอ่านข้อมูลเดียวกันได้
- รับคำขอได้ตลอดเวลา ฟอร์มสอบถาม ปุ่ม WhatsApp และ LINE หรือระบบสั่งซื้อที่รับชำระผ่าน PromptPay ทำงานแม้ร้านปิดแล้ว
- รวมข้อมูลไว้ที่เดียว ราคา บริการ แผนที่ และคำถามที่พบบ่อย ช่วยลดคำถามซ้ำในแชต
เว็บไซต์ไม่ได้มาแทนโซเชียลมีเดีย แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ทุกช่องทางลิงก์กลับมา ถ้าคุณพร้อมจะมีเว็บของธุรกิจ ดูสิ่งที่รวมอยู่ในบริการทำเว็บไซต์บริษัทและ SME หรือเปรียบเทียบแพ็กเกจในหน้าราคาทำเว็บไซต์ แพ็กเกจ Starter เริ่มต้น 10,000 บาท สำหรับเว็บไม่เกินห้าหน้า เป็นราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว
บทความพื้นฐานเรื่องเว็บไซต์
เมื่อเข้าใจความหมายของเว็บไซต์แล้ว บทความด้านล่างจะพาไปต่อเรื่องโดเมน โฮสติ้ง และการเลือกประเภทเว็บ หรือดูบทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ทั้งหมดได้ในคลังของเรา

