รับทำเว็บไซต์ e-commerce ที่รับ PromptPay และส่งของกับขนส่งไทยได้
ร้านค้าออนไลน์บน Shopify หรือ WooCommerce รับ PromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง ส่งของกับขนส่งไทย เริ่มต้น 50,000 บาท
สรุปบริการเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
เรารับทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์บน Shopify หรือ WooCommerce ที่ลูกค้าจ่ายเงินได้ด้วย PromptPay บัตร หรือเก็บเงินปลายทาง และส่งของกับขนส่งในประเทศ เริ่มต้น 50,000 บาทในแพ็กเกจ E-commerce โปรเจกต์ทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15 วันนับจากวันที่ตกลงขอบเขตงาน
งานนี้เหมาะกับร้านที่ขายของอยู่บน Shopee, Lazada, LINE หรือ Facebook แล้วอยากมีร้านของตัวเอง หรือมีหน้าร้านอยู่แล้วและอยากเริ่มขายออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเป็นราคาประมาณการแบบจ่ายครั้งเดียว ส่วนร้านที่มีสินค้าหลายพันรายการหรือมีตัวเลือกสินค้าซับซ้อนจะใช้เวลานานกว่า 15 วัน เราบอกระยะเวลาจริงหลังจากเห็นข้อมูลสินค้าของคุณแล้ว
ร้านค้าออนไลน์ที่เราทำมีอะไรบ้าง
ร้านค้าออนไลน์ไม่ใช่แค่หน้าสินค้าสวย ๆ แต่เป็นระบบหลังบ้านที่พนักงานต้องใช้ทุกวัน ตั้งแต่รับออเดอร์ ตัดสต็อก ไปจนถึงออกเอกสารให้ลูกค้า งานของเราจึงครอบคลุมทั้งหน้าร้านที่ลูกค้าเห็นและขั้นตอนหลังบ้านที่ทีมของคุณทำงานด้วย
หน้าร้านออกแบบตามหลักการออกแบบเว็บไซต์ที่เน้นการใช้งานบนมือถือ เพราะลูกค้าไทยส่วนใหญ่กดเข้ามาจากลิงก์ในแชตหรือโพสต์บนโทรศัพท์ หน้าสินค้าต้องโหลดเร็ว รูปชัด ราคาและค่าส่งเห็นก่อนกดซื้อ ถ้าธุรกิจของคุณต้องการทั้งเว็บไซต์องค์กรที่เล่าเรื่องบริษัทและร้านค้าออนไลน์ เราวางโครงสร้างให้สองส่วนนี้อยู่ด้วยกันได้ ดูรายละเอียดฝั่งองค์กรได้ที่หน้ารับทำเว็บไซต์บริษัทและองค์กร
สิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ E-commerce มีดังนี้
- ร้านบน Shopify หรือ WooCommerceเลือกแพลตฟอร์มร่วมกับคุณก่อนเริ่มออกแบบ
- รับชำระเงินแบบไทยPromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง
- ขนส่งในประเทศตั้งค่าโซนและอัตราค่าส่งสำหรับขนส่งไทย
- นำเข้าสินค้านำเข้ารายการสินค้า ตัวเลือก และจำนวนสต็อก
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตั้งค่า e-Tax invoice สำหรับร้าน
- อบรมพนักงานสอนทีมจัดการออเดอร์ สินค้า และสต็อก
- เช็กลิสต์ก่อนเปิดร้านทดสอบสั่งซื้อ จ่ายเงิน และส่งอีเมลยืนยันก่อนเปิดจริง
Shopify หรือ WooCommerce เลือกอย่างไร
ทั้งสองแพลตฟอร์มขายของได้ดี ความต่างอยู่ที่วิธีจ่ายค่าระบบและใครเป็นคนดูแลร้านในแต่ละวัน
Shopify: ระบบสำเร็จรูปแบบจ่ายรายเดือน
Shopify คิดค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปีตามแผนที่เลือก และดูแลเซิร์ฟเวอร์ ความปลอดภัย และการอัปเดตระบบให้เอง เหมาะกับร้านที่ไม่มีคนดูแลด้านเทคนิคและอยากให้พนักงานจัดการสินค้าได้เองโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลังบ้าน ค่าแผนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบจากหน้าราคาของ Shopify ณ วันที่ตัดสินใจ รายละเอียดเชิงลึกของการทำร้านบนแพลตฟอร์มนี้ อ่านต่อได้ที่บริการพัฒนาร้านค้า Shopify (ภาษาอังกฤษ)
WooCommerce: ปลั๊กอินบน WordPress ที่คุณโฮสต์เอง
WooCommerce ติดตั้งบน WordPress ตัวระบบหลักใช้ได้โดยไม่มีค่าสมาชิก แต่คุณต้องมีโฮสติ้งของตัวเอง และบางความสามารถต้องใช้ส่วนขยายที่มีค่าใช้จ่าย เหมาะกับร้านที่มีเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้ว ต้องการปรับแต่งมาก หรือมีเนื้อหาบทความควบคู่กับการขาย เราสร้างร้านบนธีมที่เขียนเองโดยไม่ใช้ปลั๊กอินลากวาง แบบเดียวกับงานรับทำเว็บไซต์ WordPress ของเรา ถ้าอยากเข้าใจระบบนี้ละเอียดขึ้น มีบทความWooCommerce คืออะไร ข้อดีและข้อจำกัดให้อ่าน
กฎง่าย ๆ ที่เราใช้
- ไม่มีใครดูแลเรื่องเทคนิค อยากเปิดร้านเร็วและคาดเดาค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ เลือก Shopify
- มีเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้ว ต้องการควบคุมข้อมูลและปรับแต่งเอง หรือมีคนดูแลเว็บ เลือก WooCommerce
- ยังไม่แน่ใจ ส่งจำนวนสินค้าและวิธีทำงานของทีมมาให้เรา แล้วเราแนะนำพร้อมเหตุผล
ชำระเงินแบบที่คนไทยคุ้นเคย: PromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง
ลูกค้าจะทิ้งตะกร้าทันทีถ้าไม่เจอวิธีจ่ายที่ตัวเองใช้ประจำ ร้านที่เราทำจึงรองรับสามช่องทางหลักที่ผู้ซื้อในประเทศไทยคาดหวัง
- PromptPay: ลูกค้าสแกน QR ด้วยแอปธนาคารบนมือถือ เป็นบริการชำระเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดันและคนไทยใช้กันทั่วไป
- บัตรเครดิตและเดบิต: สำคัญสำหรับลูกค้าต่างชาติ นักท่องเที่ยว และลูกค้าองค์กรที่ต้องใช้บัตรบริษัท
- เก็บเงินปลายทาง (COD): ยังจำเป็นสำหรับลูกค้าที่ยังไม่ไว้ใจร้านใหม่ เราตั้งเงื่อนไขให้เปิดหรือปิดตามพื้นที่จัดส่งหรือยอดสั่งซื้อได้
การรับ PromptPay และบัตรบนเว็บไซต์แบบอัตโนมัติ ต้องผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน (payment gateway) ที่ร้านสมัครในชื่อธุรกิจของคุณเอง ผู้ให้บริการแต่ละรายมีค่าธรรมเนียมและเอกสารที่ต้องใช้ต่างกัน เราช่วยเชื่อมระบบที่คุณเลือกเข้ากับร้าน และทดสอบการจ่ายเงินก่อนเปิดร้าน ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกเจ้าไหน อ่านบทความpayment gateway คืออะไร และเลือกผู้ให้บริการอย่างไรก่อนคุยกับธนาคารหรือผู้ให้บริการ
ข้อควรเช็กก่อนสมัคร: ผู้ให้บริการรายนั้นเชื่อมกับแพลตฟอร์มที่คุณเลือกได้หรือไม่ ทั้งฝั่ง Shopify และ WooCommerce คำตอบนี้บางครั้งก็เป็นตัวตัดสินเรื่องแพลตฟอร์มด้วย
ขนส่ง ใบกำกับภาษี และการนำเข้าสินค้า
การจัดส่งกับขนส่งไทย
ร้านส่วนใหญ่ในไทยใช้ไปรษณีย์ไทย KEX Express (ชื่อเดิม Kerry Express) Flash Express หรือ J&T อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายเจ้า เราตั้งโซนจัดส่งและอัตราค่าส่งตามที่ร้านใช้จริง เช่น คิดตามน้ำหนัก คิดเหมาต่อออเดอร์ หรือส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอดที่กำหนด ให้ลูกค้าเห็นค่าส่งก่อนจ่ายเงิน การเชื่อมระบบกับขนส่งแต่ละเจ้าเพื่อสร้างเลขพัสดุอัตโนมัติเป็นอีกขั้นหนึ่ง ถ้าร้านของคุณต้องการ เราจะคุยขอบเขตและระบุไว้ในใบเสนอราคาให้ชัดเจน
ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
ลูกค้าองค์กรมักขอใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ซื้อ เราตั้งค่าให้ร้านเก็บข้อมูลที่ต้องใช้ตั้งแต่ขั้นตอนสั่งซื้อ เช่น ชื่อนิติบุคคล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และที่อยู่สำนักงาน และเตรียมระบบสำหรับการออกเอกสารแบบ e-Tax invoice ตามแนวทางของกรมสรรพากร ส่วนการสมัครใช้งานระบบ e-Tax กับกรมสรรพากร และการตัดสินใจเรื่องภาษีของกิจการ เป็นเรื่องที่ร้านควรปรึกษาผู้ทำบัญชีของตัวเอง
การนำเข้าสินค้า
เรานำเข้าสินค้าจากไฟล์ CSV หรือสเปรดชีตที่คุณมี พร้อมตัวเลือกอย่างไซซ์และสี ราคา และจำนวนสต็อก ถ้าข้อมูลยังอยู่ในหลังร้าน Shopee หรือ Lazada ส่วนใหญ่ส่งออกเป็นไฟล์ได้ แล้วเราช่วยจัดคอลัมน์ให้ตรงกับแพลตฟอร์มใหม่ ข้อมูลยิ่งสะอาด การนำเข้ายิ่งเร็ว
ทำเว็บขายของใช้เวลากี่วัน และร้านต้องเตรียมอะไรบ้าง
ร้านทั่วไปที่มีสินค้าไม่มากและข้อมูลพร้อม ใช้เวลาประมาณ 15 วัน นับจากวันที่ตกลงขอบเขตงานในใบเสนอราคาจนเปิดร้าน โดยข้อมูลสินค้าและรูปภาพต้องพร้อมเมื่อถึงขั้นสร้างร้าน ร้านที่มีสินค้าหลายพันรายการ มีตัวเลือกสินค้าซับซ้อน หรือต้องย้ายข้อมูลจากระบบเดิม จะใช้เวลานานกว่านั้น และเราจะบอกกรอบเวลาที่เป็นจริงหลังจากเห็นไฟล์สินค้าแล้ว ไม่ใช่สัญญาตัวเลขเดียวกับทุกร้าน
สิ่งที่ช่วยให้ร้านเปิดได้ตามกำหนด
- ไฟล์รายการสินค้า พร้อมราคา ตัวเลือก และจำนวนสต็อก
- รูปสินค้าที่ถ่ายพื้นหลังเดียวกัน ขนาดใกล้เคียงกัน
- นโยบายการจัดส่ง การคืนสินค้า และการคืนเงิน เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษถ้าขายให้ลูกค้าต่างชาติ
- บัญชีผู้ให้บริการรับชำระเงินที่อนุมัติแล้ว หรืออย่างน้อยยื่นเอกสารไปแล้ว
เรื่องที่เจ้าของร้านต้องดูแลเอง
การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องหมาย DBD Registered กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหน้าที่ของเจ้าของกิจการ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ของกรม ค่าธรรมเนียมของมาร์เก็ตเพลสและงานการตลาดหรือโฆษณาหลังเปิดร้านก็ไม่อยู่ในบริการของเรา เราเน้นสร้างร้านให้ขายได้จริงและทีมของคุณใช้งานเป็น
ถ้ายังชั่งใจระหว่างขายบนมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee หรือ Lazada ต่อไป หรือเปิดร้านของตัวเอง คำตอบสั้น ๆ คือมาร์เก็ตเพลสช่วยให้คนเห็นสินค้าเยอะ แต่ร้านไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า ส่วนร้านของตัวเองให้คุณคุมราคา แบรนด์ และฐานลูกค้า หลายร้านจึงทำควบคู่กัน อ่านการเปรียบเทียบฉบับเต็มในบทความวางแผนเว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง สำหรับคลินิกความงามที่ขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวควบคู่กับบริการ ดูแนวทางเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์คลินิก
ทำเว็บไซต์ e-commerce ราคาเท่าไร
แพ็กเกจ E-commerce เริ่มต้น 50,000 บาท เป็นราคาประมาณการแบบจ่ายครั้งเดียว ราคาสุดท้ายขึ้นกับจำนวนสินค้า จำนวนภาษา และระบบที่ต้องเชื่อม ซึ่งเราระบุไว้ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร เงื่อนไขการชำระเงินก็ระบุไว้ในใบเสนอราคาเช่นกัน ถ้าต้องการเทียบกับแพ็กเกจอื่นและดูว่าอะไรทำให้ราคาขยับ อ่านได้ที่หน้าราคาทำเว็บไซต์แต่ละแพ็กเกจ
หลังเปิดร้าน ปลั๊กอิน ธีม และระบบชำระเงินต้องได้รับการอัปเดตสม่ำเสมอ โดยเฉพาะร้านบน WooCommerce เรามีบริการดูแลเว็บไซต์หลังเปิดใช้งาน คิดราคาตามแต่ละเว็บไซต์ แจ้งราคาเมื่อสอบถาม
- แพ็กเกจ E-commerce
เริ่มต้น 50,000 บาทราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว
สำหรับร้านค้าที่ขายในประเทศไทย พร้อมระบบชำระเงินและการจัดส่งในประเทศ
- Shopify หรือ WooCommerce
- PromptPay บัตร เก็บเงินปลายทาง และขนส่งในไทย
- นำเข้าสินค้าและตั้งค่าใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
- อบรมพนักงานและเช็กลิสต์ก่อนเปิดร้าน
ราคาเริ่มต้นโดยประมาณ จ่ายครั้งเดียว ราคาสุดท้ายกำหนดไว้ในใบเสนอราคาของแต่ละโปรเจกต์ และเงื่อนไขการชำระเงินระบุไว้ในใบเสนอราคา
อ่านก่อนเปิดร้านบนเว็บไซต์ของตัวเอง
บทความPayment gateway คืออะไร และร้านค้าออนไลน์ในไทยควรเลือกแบบไหน
Payment gateway คืออะไร ทำงานอย่างไรเมื่อลูกค้าจ่ายด้วยบัตรหรือ PromptPay พร้อมประเภทผู้ให้บริการในไทยและเกณฑ์เลือกสำหรับร้าน Shopify และ WooCommerce
บทความWooCommerce คืออะไร ตั้งค่าร้านบน WordPress ให้รับเงินและส่งของในไทยได้อย่างไร
WooCommerce คือปลั๊กอินร้านค้าฟรีบน WordPress บทความนี้อธิบายฟีเจอร์หลัก การตั้งค่าสำหรับร้านในไทย ทั้งบาท PromptPay ขนส่ง และ e-Tax ค่าใช้จ่ายจริง และการเทียบกับ Shopify
บทความเว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง เริ่มต้นอย่างไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง
ควรทำเว็บขายของของตัวเองหรือขายบน Shopee และ Lazada ต่อ บทความนี้เทียบข้อดีข้อเสีย และสรุปสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้านบนเว็บ
คุยเรื่องร้านค้าออนไลน์ของคุณ
ส่งข้อมูลสั้น ๆ มาทางแบบฟอร์มนี้ ทักทาง WhatsApp หรือโทร +66 93 004 4098 ก็ได้ ยิ่งข้อมูลครบ เราก็ยิ่งแนะนำแพลตฟอร์มและประเมินราคาได้ตรงขึ้น
- จำนวนสินค้าโดยประมาณ และสินค้ามีตัวเลือกหรือไม่
- ตอนนี้ขายผ่านช่องทางไหนอยู่บ้าง เช่น Shopee, Lazada, LINE หรือหน้าร้าน
- วิธีรับเงินที่ต้องการ และมีผู้ให้บริการรับชำระเงินแล้วหรือยัง
- ขนส่งที่ใช้อยู่ และขายเฉพาะในประเทศหรือส่งต่างประเทศด้วย
คุยกับเราได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เปิดทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น. หรืออีเมลมาที่ service@websitedevelopmentbangkok.com
คำถามที่พบบ่อย
ร้านของเราควรเลือก Shopify หรือ WooCommerce
ถ้าไม่มีคนดูแลด้านเทคนิคและอยากให้พนักงานจัดการร้านเองได้ง่าย Shopify มักเหมาะกว่า เพราะระบบดูแลเซิร์ฟเวอร์และการอัปเดตให้ แลกกับค่าบริการรายเดือน ถ้ามีเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้ว ต้องการปรับแต่งมาก หรืออยากเป็นเจ้าของระบบเอง WooCommerce จะคุ้มกว่าในระยะยาว แต่ต้องมีโฮสติ้งและการดูแลอัปเดตสม่ำเสมอ เราแนะนำหลังจากเห็นจำนวนสินค้าและวิธีทำงานของทีม
ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน PromptPay บนเว็บไซต์ได้ไหม
ได้ ร้านที่เราทำรองรับ PromptPay ร่วมกับบัตรและการเก็บเงินปลายทาง การรับ PromptPay แบบยืนยันยอดอัตโนมัติต้องใช้ผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ร้านสมัครในชื่อธุรกิจของตัวเอง เราช่วยเชื่อมระบบนั้นเข้ากับร้านและทดสอบก่อนเปิดใช้งาน ค่าธรรมเนียมต่อรายการเป็นของผู้ให้บริการแต่ละราย ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจากผู้ให้บริการโดยตรง
ร้านที่มีสินค้าหลายพันรายการ ใช้เวลาทำนานแค่ไหน
โปรเจกต์ทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15 วัน แต่ร้านที่มีสินค้าหลายพันรายการจะใช้เวลานานกว่านั้น เพราะต้องจัดข้อมูล ตรวจตัวเลือกสินค้า และทดสอบการนำเข้าหลายรอบ ระยะเวลาจริงขึ้นกับความสะอาดของไฟล์สินค้าและความพร้อมของรูป เมื่อเห็นไฟล์ตัวอย่างแล้ว เราจะระบุกรอบเวลาไว้ในใบเสนอราคาให้ชัดเจน
ตั้งค่าใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice) ให้ด้วยไหม
การตั้งค่า e-Tax invoice รวมอยู่ในแพ็กเกจ E-commerce เราตั้งให้ร้านเก็บข้อมูลผู้ซื้อที่จำเป็นต่อการออกใบกำกับภาษีตั้งแต่ตอนสั่งซื้อ และเตรียมระบบให้พร้อมออกเอกสาร ส่วนการสมัครใช้งานกับกรมสรรพากรและการตัดสินใจทางภาษีของกิจการ ร้านควรทำร่วมกับผู้ทำบัญชีของตัวเอง
มีร้านใน Shopee หรือ Lazada อยู่แล้ว ยังต้องมีเว็บไซต์ของตัวเองไหม
ไม่จำเป็นต้องเลิกขายบน Shopee หรือ Lazada หลายร้านทำทั้งสองทางคู่กัน มาร์เก็ตเพลสช่วยให้คนเจอสินค้า ส่วนเว็บไซต์ของตัวเองช่วยให้คุณคุมราคา แบรนด์ และเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อขายซ้ำได้โดยไม่ต้องแบ่งค่าธรรมเนียมทุกออเดอร์ เว็บไซต์ยังเป็นที่ที่ลูกค้าองค์กรหรือลูกค้าที่เห็นร้านจากแชตใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนซื้อ
หน้าที่เกี่ยวข้อง
เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ
ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์
WhatsApp หรือโทร +66 93 004 4098 ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น. service@