ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

กฎหมาย PDPA คืออะไร และธุรกิจที่มีเว็บไซต์ต้องทำอะไรบ้าง

สรุปกฎหมาย PDPA ด้วยภาษาที่เจ้าของธุรกิจอ่านเข้าใจ ครอบคลุมหลักการสำคัญ สิทธิ ROPA DPO บทลงโทษ และสิ่งที่เว็บไซต์ของคุณต้องทำ

ภาพปกบทความ: กฎหมาย PDPA

สรุปกฎหมาย PDPA แบบสั้นที่สุด

กฎหมาย PDPA คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) เป็นหน่วยงานกำกับดูแล

กฎหมายนี้กำหนดว่าใครก็ตามที่เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของบุคคลอื่น ต้องมีเหตุผลที่กฎหมายรับรอง ต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลรู้ และต้องดูแลข้อมูลนั้นให้ปลอดภัย

ในทางปฏิบัติ แทบทุกธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่ในขอบเขตของกฎหมายนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่เก็บสำเนาหนังสือเดินทาง คลินิกที่มีประวัติคนไข้ ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บชื่อและที่อยู่สำหรับจัดส่งผ่าน KEX Express (ชื่อเดิม Kerry Express) หรือ Flash Express หรือบริษัทที่มีเพียงฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์ ขนาดของธุรกิจไม่ได้ทำให้พ้นจากหน้าที่หลัก สิ่งที่ต่างกันคือรายละเอียดบางข้อ เช่น การจัดทำบันทึกรายการ ซึ่งจะอธิบายต่อด้านล่าง

บทความนี้เขียนจากมุมของทีมที่สร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจในกรุงเทพฯ เป้าหมายคือช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมและรู้ว่าเว็บไซต์ต้องทำอะไร บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากธุรกิจของคุณมีกรณีเฉพาะ เช่น เก็บข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก หรือส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ควรปรึกษานักกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอ่อนไหวคืออะไร

ข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม ตัวอย่างที่พบบนเว็บไซต์ธุรกิจทั่วไป ได้แก่ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่จัดส่ง เลขบัตรประชาชน หมายเลข IP และคุกกี้ที่ใช้ติดตามพฤติกรรมการเข้าชม ข้อมูลของผู้ที่ถึงแก่กรรมและข้อมูลนิติบุคคล เช่น ชื่อบริษัทหรือเลขทะเบียนบริษัท ไม่นับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายนี้

ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26

กฎหมายแยกข้อมูลบางกลุ่มออกมาเป็นข้อมูลอ่อนไหว เพราะหากรั่วไหลอาจทำให้เจ้าของข้อมูลถูกเลือกปฏิบัติหรือเสียหายรุนแรง ได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ เช่น ลายนิ้วมือหรือภาพใบหน้าที่ใช้ยืนยันตัวตน การเก็บข้อมูลกลุ่มนี้ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นเฉพาะที่กฎหมายกำหนด

เว็บไซต์แต่ละแบบเจอข้อมูลต่างกัน เว็บคลินิกที่มีฟอร์มนัดหมายพร้อมช่องอาการเบื้องต้นกำลังเก็บข้อมูลสุขภาพ ขณะที่เว็บบริษัทที่มีแค่ฟอร์มติดต่อเก็บเพียงชื่อและอีเมล หากยังไม่แน่ใจว่าเว็บของคุณจัดอยู่ในกลุ่มใด บทความประเภทของเว็บไซต์ที่ธุรกิจนิยมทำช่วยให้เห็นว่าเว็บแต่ละแบบมักเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูล

กฎหมาย PDPA แบ่งผู้ที่จัดการข้อมูลออกเป็นสองบทบาท และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไม่เท่ากัน

  • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล คือผู้ที่ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และเก็บไว้นานเท่าใด สำหรับเว็บไซต์ของคุณ ผู้ควบคุมข้อมูลคือธุรกิจของคุณเอง
  • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล คือผู้ที่จัดการข้อมูลตามคำสั่งของผู้ควบคุม เช่น ผู้ให้บริการโฮสติ้งที่เก็บฐานข้อมูล ระบบส่งอีเมล หรือแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopify

สมมติว่าร้านขายของใช้ในบ้านรับออเดอร์ผ่าน WooCommerce แล้วส่งชื่อและที่อยู่ให้บริษัทขนส่ง ร้านเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนโฮสติ้งเป็นผู้ประมวลผล ความรับผิดชอบหลักต่อลูกค้ายังอยู่ที่ร้าน ดังนั้นควรมีข้อตกลงกับผู้ให้บริการแต่ละรายว่าจะใช้ข้อมูลตามที่ตกลงเท่านั้นและดูแลความปลอดภัยอย่างเหมาะสม

ฐานทางกฎหมายในการเก็บข้อมูล

หลายคนเข้าใจว่า PDPA คือการขอความยินยอมทุกครั้ง ความจริงแล้วความยินยอมเป็นเพียงฐานหนึ่ง มาตรา 24 ยังกำหนดฐานอื่นที่เก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมไว้อีกหลายฐาน

  • สัญญา ใช้ที่อยู่ลูกค้าเพื่อจัดส่งสินค้าที่สั่งซื้อ
  • หน้าที่ตามกฎหมาย เก็บข้อมูลที่ต้องใช้ออกใบกำกับภาษีตามกฎหมายภาษี
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย บันทึกการเข้าระบบเพื่อป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ โดยต้องชั่งน้ำหนักกับสิทธิของเจ้าของข้อมูล
  • ป้องกันอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย และภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งธุรกิจทั่วไปไม่ค่อยได้ใช้
  • การศึกษาวิจัยหรือสถิติ ภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
  • ความยินยอม ใช้เมื่อไม่มีฐานอื่นรองรับ เช่น การส่งโปรโมชันทางอีเมลหรือคุกกี้เพื่อการตลาด

ความยินยอมที่ใช้ได้ต้องแยกเป็นเรื่อง ๆ ไม่ติ๊กไว้ล่วงหน้า และถอนได้ง่ายเท่ากับตอนให้ วิธีจัดวางแบนเนอร์คุกกี้และช่องยินยอมในฟอร์มอธิบายไว้ละเอียดในบทความการทำ PDPA Consent บนเว็บไซต์

สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ลูกค้าหรือผู้ติดต่อผ่านเว็บไซต์มีสิทธิตามกฎหมายหลายข้อ ธุรกิจจึงควรเตรียมช่องทางรับคำขอไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่รอจนมีคนถามแล้วค่อยคิด

  • สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของตน
  • สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้
  • สิทธิคัดค้านการเก็บหรือใช้ข้อมูล และสิทธิขอให้ระงับการใช้ชั่วคราว
  • สิทธิขอรับหรือขอให้โอนย้ายข้อมูลไปยังผู้ให้บริการรายอื่น
  • สิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก วิธีที่ใช้ได้จริงคือระบุอีเมลหรือช่องทางติดต่อสำหรับคำขอเรื่องข้อมูลไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว กำหนดคนรับผิดชอบหนึ่งคน และจดบันทึกว่าได้รับคำขอเมื่อไรและดำเนินการอย่างไร กฎหมายกำหนดกรอบเวลาตอบสนองสำหรับคำขอบางประเภท จึงควรตรวจสอบรายละเอียดจากตัวบทหรือเว็บไซต์ของ สคส. ก่อนวางขั้นตอนภายใน

ROPA และ DPO คืออะไร

ROPA คือบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำตามมาตรา 39 ส่วน DPO คือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บางองค์กรต้องแต่งตั้งตามมาตรา 41 กิจการขนาดเล็กอาจได้รับยกเว้นเรื่อง ROPA และส่วนใหญ่ไม่ต้องมี DPO แต่ธุรกิจที่เก็บข้อมูลอ่อนไหวควรตรวจเกณฑ์ให้ละเอียด

ROPA บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล

ROPA ย่อมาจาก Record of Processing Activities คือเอกสารที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำตามมาตรา 39 เพื่อบันทึกว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด ใช้ฐานทางกฎหมายใด เก็บไว้นานแค่ไหน และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไร สำหรับเว็บไซต์ รายการใน ROPA มักประกอบด้วยฟอร์มติดต่อ ระบบสั่งซื้อ รายชื่อผู้รับจดหมายข่าว และคุกกี้วิเคราะห์การเข้าชม

สคส. ออกประกาศยกเว้นการบันทึกรายการให้แก่กิจการขนาดเล็กตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมทุกกรณี เช่น กิจการที่เก็บข้อมูลอ่อนไหว หรือการประมวลผลที่อาจเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล ควรอ่านประกาศฉบับเต็มก่อนตัดสินใจว่าธุรกิจของคุณได้รับยกเว้น และแม้ได้รับยกเว้น การมีตารางสรุปง่าย ๆ ไว้ก็ช่วยให้ตอบคำถามลูกค้าได้เร็วขึ้น

DPO เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

DPO หรือ Data Protection Officer คือผู้ที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายภายในองค์กร มาตรา 41 กำหนดให้ต้องแต่งตั้งเมื่อเป็นหน่วยงานรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศ เมื่อกิจกรรมหลักต้องติดตามตรวจสอบข้อมูลเป็นประจำในปริมาณมาก หรือเมื่อกิจกรรมหลักคือการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว ร้านอาหารหรือบริษัทที่ปรึกษาขนาดเล็กส่วนใหญ่มักไม่เข้าเกณฑ์ ขณะที่โรงพยาบาลหรือเครือคลินิกควรตรวจสอบประกาศของ สคส. อย่างละเอียด

บทลงโทษตามกฎหมาย PDPA

โทษตามกฎหมาย PDPA มีสามประเภท ตัวเลขด้านล่างสรุปจากตัวบทพระราชบัญญัติ ควรตรวจสอบมาตราที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณอีกครั้งจากแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ

ความรับผิดทางแพ่ง

หากการจัดการข้อมูลที่ฝ่าฝืนกฎหมายทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย ผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และศาลอาจสั่งให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายจริง

โทษทางอาญา

ใช้กับการฝ่าฝืนที่ร้ายแรง เช่น การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวโดยมิชอบจนน่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากทำเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษทางปกครอง

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจสั่งปรับทางปกครองได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท ตามลักษณะความผิด ตัวอย่างเช่น การไม่แจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดการเก็บข้อมูลให้เจ้าของข้อมูลทราบตามมาตรา 23 มีเพดานไม่เกิน 1 ล้านบาท การไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 มีเพดานไม่เกิน 3 ล้านบาท และการเก็บหรือใช้ข้อมูลอ่อนไหวโดยฝ่าฝืนมาตรา 26 มีเพดานไม่เกิน 5 ล้านบาท

เว็บไซต์ของคุณต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อแปลงหลักกฎหมายเป็นงานบนเว็บไซต์ จะได้รายการที่ทำได้จริงดังนี้

  1. ประกาศความเป็นส่วนตัว (หลายเว็บใช้ชื่อหน้าว่านโยบายความเป็นส่วนตัว) เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษด้วยหากมีลูกค้าต่างชาติ บอกว่าเก็บอะไร เพื่ออะไร นานเท่าไร ส่งต่อให้ใคร และติดต่อใช้สิทธิได้อย่างไร วางลิงก์ไว้ที่ส่วนท้ายทุกหน้าและใกล้ทุกฟอร์ม
  2. แบนเนอร์คุกกี้ ที่ไม่โหลดคุกกี้วิเคราะห์หรือคุกกี้การตลาดก่อนผู้ใช้กดยอมรับ และมีปุ่มปฏิเสธเห็นชัดเท่าปุ่มยอมรับ
  3. ฟอร์มที่เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ฟอร์มสอบถามไม่จำเป็นต้องขอวันเกิดหรือเลขบัตรประชาชน ช่องรับข่าวสารแยกจากช่องส่งข้อความและไม่ติ๊กไว้ก่อน
  4. ความปลอดภัยพื้นฐาน ใช้การเข้ารหัส HTTPS ทั้งเว็บไซต์ อัปเดตระบบและปลั๊กอินสม่ำเสมอ และจำกัดสิทธิผู้ดูแลระบบ อ่านเพิ่มเรื่องHTTPS และใบรับรอง SSLได้ในบทความแยก
  5. แผนรับมือข้อมูลรั่วไหล มาตรา 37 กำหนดให้แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิของบุคคล และต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วยหากมีความเสี่ยงสูง

งานเหล่านี้ง่ายที่สุดเมื่อวางไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่เติมทีหลัง ในงานออกแบบเว็บไซต์ให้ธุรกิจของเรา แพ็กเกจ Starter เริ่มต้น 10,000 บาท (ราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว) มีแบนเนอร์ขอความยินยอมคุกกี้ตาม PDPA รวมอยู่แล้ว สำหรับแพ็กเกจอื่น เราระบุงาน PDPA ไว้ในใบเสนอราคา เช่น ช่องขอความยินยอมในแบบฟอร์มที่วางไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ

หากองค์กรของคุณต้องการเว็บสองภาษาพร้อมหลายฟอร์ม ดูรายละเอียดได้ที่หน้ารับทำเว็บไซต์บริษัทและองค์กร และหากอยากให้เราช่วยดูว่าเว็บปัจจุบันยังขาดอะไร ส่งรายละเอียดโปรเจกต์มาให้เราได้ทุกวัน

แชร์หน้านี้

อ่านต่อเรื่อง PDPA และเว็บไซต์

บทความด้านล่างต่อยอดจากเรื่องนี้ ทั้งวิธีทำแบนเนอร์คุกกี้ การเลือกแพลตฟอร์ม และความปลอดภัยของเว็บไซต์ หรือเลือกอ่านหัวข้ออื่นจากคลังบทความเรื่องเว็บไซต์ของเรา

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

กฎหมาย PDPA ใช้กับธุรกิจเล็กหรือร้านค้าออนไลน์ด้วยไหม

ใช้ด้วย กฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามขนาดธุรกิจ ร้านค้าออนไลน์ที่เก็บชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่จัดส่ง ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเต็มตัว ต้องมีประกาศความเป็นส่วนตัว ใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง และดูแลความปลอดภัย สิ่งที่อาจผ่อนปรนสำหรับกิจการขนาดเล็กคือการจัดทำ ROPA ตามประกาศของ สคส. ซึ่งมีเงื่อนไขกำกับ

ROPA คืออะไร ทุกธุรกิจต้องจัดทำหรือไม่

ROPA คือบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระบุว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร ด้วยฐานกฎหมายใด และเก็บนานเท่าไร ผู้ควบคุมข้อมูลมีหน้าที่จัดทำตามมาตรา 39 แต่กิจการขนาดเล็กอาจได้รับยกเว้นตามประกาศของ สคส. ยกเว้นกรณีเก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือมีความเสี่ยงต่อสิทธิ ควรอ่านเงื่อนไขในประกาศฉบับเต็ม

DPO คืออะไร ต้องแต่งตั้งเมื่อไร

DPO คือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายภายในองค์กร ต้องแต่งตั้งเมื่อเป็นหน่วยงานรัฐตามประกาศ เมื่อกิจกรรมหลักต้องติดตามข้อมูลเป็นประจำในปริมาณมาก หรือเมื่อกิจกรรมหลักคือการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ธุรกิจทั่วไปส่วนใหญ่ไม่เข้าเกณฑ์นี้

ถ้าไม่ปฏิบัติตาม PDPA มีโทษอะไรบ้าง

มีสามประเภท ทางแพ่งคือชดใช้ค่าเสียหายจริง และศาลอาจสั่งค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่า ทางอาญาใช้กับความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว มีโทษจำคุกและปรับ ส่วนทางปกครองเป็นค่าปรับสูงสุด 1 ล้าน 3 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทตามลักษณะความผิด ตรวจสอบมาตราที่ตรงกับกรณีของคุณจากตัวบทอีกครั้ง

เว็บไซต์ที่มีแค่ฟอร์มติดต่อต้องทำตาม PDPA ด้วยหรือไม่

ต้องทำ เพราะชื่อ อีเมล และเบอร์โทรที่ส่งมาผ่านฟอร์มเป็นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างน้อยควรมีประกาศความเป็นส่วนตัวที่ลิงก์ไว้ใกล้ฟอร์ม เก็บเฉพาะช่องที่จำเป็น แยกช่องยินยอมรับข่าวสารออกมาโดยไม่ติ๊กไว้ก่อน และใช้ HTTPS หากเว็บมีคุกกี้วิเคราะห์การเข้าชมหรือคุกกี้โฆษณา ต้องมีแบนเนอร์คุกกี้ด้วย

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร