Web hosting คืออะไร
Web hosting คือพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์ ฐานข้อมูล และรูปภาพของเว็บไซต์ไว้ แล้วส่งหน้าเว็บไปให้ผู้เข้าชมทุกครั้งที่มีคนเปิดเว็บ ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง แต่เช่าพื้นที่จากผู้ให้บริการโฮสติ้งเป็นรายเดือนหรือรายปี คล้ายการเช่าหน้าร้านในห้างที่มีไฟ น้ำ และยามดูแลให้
คำตอบสั้นสำหรับคนที่ถามว่าเช่าโฮสติ้งที่ไหนดี คือไม่มีเจ้าที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ โฮสติ้งที่เหมาะคือโฮสติ้งที่รองรับระบบที่เว็บของคุณใช้ มีเซิร์ฟเวอร์ใกล้ลูกค้า สำรองข้อมูลทุกวันและกู้คืนได้จริง และมีฝ่ายซัพพอร์ตที่ติดต่อได้ในเวลาที่คุณต้องการ บทความนี้จึงเป็นเช็กลิสต์ให้คุณเทียบเอง ไม่ใช่การจัดอันดับยี่ห้อ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ประกอบด้วยอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านพื้นฐานว่าเว็บไซต์คืออะไรและทำงานอย่างไรก่อน แล้วค่อยกลับมาดูส่วนของโฮสติ้ง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าโฮสติ้งเป็นชิ้นส่วนไหนของระบบ
โฮสติ้งทำหน้าที่อะไรบ้าง
- เก็บไฟล์เว็บไซต์ เช่น โค้ด รูปสินค้า และเอกสาร PDF
- รันระบบหลังบ้าน เช่น WordPress และฐานข้อมูล MySQL
- ส่งหน้าเว็บผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังมือถือและคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าชม
- ในหลายแพ็กเกจ รวมบริการอีเมลโดเมนและใบรับรอง SSL มาด้วย
โฮสติ้ง โดเมน และอีเมลเกี่ยวข้องกันอย่างไร
สามอย่างนี้มักถูกขายรวมกันจนหลายคนสับสน วิธีจำง่ายที่สุดคือ โดเมนเป็นที่อยู่ โฮสติ้งเป็นตัวบ้าน และอีเมลโฮสติ้งเป็นตู้จดหมาย โดเมนอย่างชื่อร้าน.com ต้องจดและต่ออายุแยกต่างหาก จากนั้นตั้งค่า DNS ให้ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้ง เมื่อผู้เข้าชมพิมพ์ชื่อโดเมน ระบบจึงรู้ว่าต้องไปดึงหน้าเว็บจากเครื่องไหน
อีเมลในชื่อโดเมน เช่น sales@ชื่อร้าน.com อาจอยู่บนโฮสติ้งเดียวกับเว็บ หรือแยกไปใช้บริการอีเมลเฉพาะทางก็ได้ ข้อดีของการแยกคือ ถ้าวันหนึ่งย้ายโฮสติ้ง อีเมลของทีมขายจะไม่สะดุดไปด้วย ส่วนเรื่องการเลือกชื่อ นามสกุล และผู้ให้บริการจดโดเมน เราเขียนไว้ละเอียดในบทความจดโดเมนที่ไหนดีและเลือกชื่อโดเมนอย่างไร
สิ่งที่ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ บัญชีโดเมนและบัญชีโฮสติ้งจะเปิดในชื่อใคร และใครถือรหัสผ่าน เรื่องนี้ควรระบุไว้ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเวลาเปลี่ยนผู้ดูแลในอนาคต
ประเภทของ web hosting
โฮสติ้งแต่ละแบบต่างกันที่ว่าคุณแชร์ทรัพยากรเครื่องกับคนอื่นมากแค่ไหน และใครเป็นคนดูแลระบบ ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ
| ประเภท | ลักษณะ | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| Shared hosting | หลายเว็บใช้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวกัน | เว็บบริษัทขนาดเล็ก เว็บแนะนำร้าน คลินิก หรือสำนักงาน | ราคาประหยัด แต่ถ้าเว็บข้างเคียงใช้ทรัพยากรหนัก เว็บคุณอาจช้าลง |
| VPS | แบ่งเครื่องเป็นส่วนเสมือนที่มีทรัพยากรของตัวเอง | เว็บที่มีผู้เข้าชมมากขึ้น หรือร้านค้าออนไลน์ขนาดกลาง | ต้องมีคนดูแลการอัปเดตระบบ ถ้าไม่ใช่แบบ managed |
| Cloud hosting | ใช้ทรัพยากรจากหลายเครื่อง ขยายได้ตามการใช้งาน | เว็บที่ยอดเข้าชมขึ้นลงตามแคมเปญ เช่น ช่วงลดราคาใหญ่ | ค่าใช้จ่ายอาจแปรผันตามการใช้งานจริง ต้องอ่านเงื่อนไขให้ดี |
| Managed WordPress | โฮสติ้งที่ปรับแต่งมาสำหรับ WordPress โดยเฉพาะ | ธุรกิจที่ใช้ WordPress และไม่อยากดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง | บางเจ้าจำกัดปลั๊กอินบางตัว ควรเช็กก่อนย้าย |
| Dedicated server | เช่าเครื่องทั้งเครื่องใช้คนเดียว | องค์กรที่มีระบบเฉพาะ หรือมีข้อกำหนดด้านข้อมูลเข้มงวด | ราคาสูงและต้องมีผู้ดูแลระบบที่มีความรู้ |
สำหรับเว็บธุรกิจทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่มีไม่กี่สิบหน้า shared hosting คุณภาพดีหรือ managed WordPress มักเพียงพอ การเริ่มจาก VPS หรือ dedicated ตั้งแต่วันแรกโดยไม่มีคนดูแล มักสร้างความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ ยิ่งเป็นเว็บไซต์ WordPress ธีมเขียนเองที่ไม่ใช้ปลั๊กอินลากวาง ก็ยิ่งใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์น้อย
เกณฑ์เลือกโฮสติ้งที่ควรเช็ก
ก่อนจ่ายค่าเช่ารายปี ให้ถามผู้ให้บริการตามรายการนี้ และขอคำตอบเป็นข้อความ ไม่ใช่แค่คุยทางโทรศัพท์
1. ที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์
ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในไทย เซิร์ฟเวอร์ในไทยหรือในภูมิภาคใกล้เคียงอย่างสิงคโปร์จะส่งหน้าเว็บได้เร็วกว่าเซิร์ฟเวอร์ฝั่งอเมริกาหรือยุโรป ถ้าลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ การใช้ CDN ช่วยได้มาก
2. รองรับระบบที่เว็บใช้
สำหรับเว็บ WordPress ให้เทียบเวอร์ชัน PHP ฐานข้อมูล และการรองรับ HTTPS กับหน้าข้อกำหนดโฮสติ้งของ WordPress.org ซึ่งมีการปรับตัวเลขเป็นระยะ โฮสต์ที่ยังใช้ PHP เวอร์ชันเก่ามากคือสัญญาณว่าดูแลระบบไม่ทัน
3. สำรองข้อมูลและกู้คืน
ถามว่าสำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน เก็บย้อนหลังกี่วัน และคุณกดกู้คืนเองได้หรือไม่ การมีไฟล์สำรองไม่มีความหมาย ถ้ากู้คืนแล้วใช้ไม่ได้
4. SSL ฟรี
เว็บธุรกิจทุกเว็บควรเปิดผ่าน https โฮสติ้งส่วนใหญ่ติดตั้งใบรับรองฟรีให้ได้ อ่านเพิ่มเรื่องHTTPS และ SSL สำหรับเว็บธุรกิจได้ในบทความแยก
5. อีเมล ซัพพอร์ต และเงื่อนไข uptime
เช็กว่ามีอีเมลโดเมนรวมอยู่หรือไม่ ซัพพอร์ตตอบภาษาไทยหรืออังกฤษ ช่วงเวลาไหน และตัวเลข uptime ที่โฆษณาไว้มีเขียนในสัญญาพร้อมเงื่อนไขชดเชยหรือเปล่า
โฮสติ้งในไทยหรือต่างประเทศ
คำถามยอดฮิตในกระทู้แนว Pantip คือควรเช่าโฮสต์ไทยหรือโฮสต์ต่างประเทศ ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน เราไม่แนะนำยี่ห้อ แต่แนะนำให้เทียบตามประเด็นนี้
- โฮสต์ไทย: ติดต่อเป็นภาษาไทยได้ง่าย ออกใบกำกับภาษีในไทยได้ ชำระเงินผ่านโอนธนาคารหรือ PromptPay ได้สะดวก และเซิร์ฟเวอร์มักอยู่ใกล้ผู้ใช้ในประเทศ แต่บางเจ้ามีสเปกเครื่องและเครื่องมือจัดการที่จำกัดกว่า
- โฮสต์ต่างประเทศ: มักมีเครื่องมือครบ มีตัวเลือก data center หลายภูมิภาค แต่ซัพพอร์ตเป็นภาษาอังกฤษ เวลาทำการอาจไม่ตรงกับเวลาไทย และต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
จุดที่คนมักลืมคือ ราคาต่อเดือนที่ต่ำในปีแรกของโฮสต์ต่างประเทศ มักขึ้นราคาเมื่อต่ออายุ ส่วนโฮสต์ไทยบางเจ้าคิดราคาคงที่แต่ให้ทรัพยากรน้อยกว่า ให้เทียบราคาต่ออายุปีที่สองด้วยเสมอ
ถ้าตอนนี้เว็บของคุณโหลดช้า อย่าเพิ่งโทษโฮสติ้งทันที ลองวัดด้วย PageSpeed Insights และวิธีหาสาเหตุเว็บช้าก่อน เพราะรูปภาพขนาดใหญ่และปลั๊กอินที่มากเกินไปเป็นต้นเหตุบ่อยพอ ๆ กับเซิร์ฟเวอร์
สัญญาณเตือนของโฮสติ้งที่ไม่ควรเช่า
- ทุกอย่างไม่จำกัด: พื้นที่ไม่จำกัด แบนด์วิดท์ไม่จำกัด แต่ในเงื่อนไขมีข้อจำกัดการใช้ CPU หรือจำนวนไฟล์ซ่อนอยู่ ให้อ่านนโยบายการใช้งานที่เหมาะสมก่อนเสมอ
- ไม่มีสำรองข้อมูล หรือเก็บไว้ให้เฉพาะเมื่อจ่ายเพิ่ม: ถ้าเว็บโดนแฮ็กหรือไฟล์เสีย คุณจะไม่มีทางย้อนกลับ
- ใช้ PHP หรือฐานข้อมูลเวอร์ชันเก่า: ระบบเก่าเสี่ยงด้านความปลอดภัย และปลั๊กอินรุ่นใหม่อาจใช้งานไม่ได้
- ยกเลิกยาก: ต้องแจ้งล่วงหน้านาน ต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่แจ้ง หรือไม่ยอมให้ดาวน์โหลดไฟล์เว็บออกไป
- ติดต่อได้แค่ช่องทางเดียว: ถ้าเว็บล่มคืนวันศุกร์แล้วมีแค่ฟอร์มส่งตั๋วที่ไม่มีใครตอบ ธุรกิจของคุณจะเสียโอกาสทั้งสุดสัปดาห์
- ไม่มีแผงควบคุมให้เจ้าของเว็บเข้าถึง: ผู้ให้บริการถือทุกอย่างไว้เอง คุณเข้าไปดูไฟล์หรือ DNS ไม่ได้
ถ้าเจอสองข้อขึ้นไป ควรมองหาตัวเลือกอื่นก่อนผูกสัญญายาว และถ้าอยากอ่านเรื่องพื้นฐานเว็บไซต์ต่อ ดูบทความทั้งหมดของเราเรื่องการทำเว็บไซต์ได้
ย้ายโฮสติ้งอย่างปลอดภัย
การย้ายโฮสติ้งไม่จำเป็นต้องทำให้เว็บล่ม ถ้าทำตามลำดับ
- สำรองข้อมูลทั้งหมด: ไฟล์เว็บ ฐานข้อมูล และอีเมล เก็บไว้นอกโฮสต์เดิมอย่างน้อยหนึ่งชุด
- ลดค่า TTL ของ DNS ล่วงหน้า: ทำก่อนวันย้ายหนึ่งถึงสองวัน เพื่อให้การเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์กระจายได้เร็วขึ้น
- ติดตั้งเว็บบนโฮสต์ใหม่และทดสอบ: ตรวจฟอร์ม ตะกร้าสินค้า การชำระเงิน และหน้าภาษาไทยกับอังกฤษก่อนเปลี่ยน DNS
- เปลี่ยน DNS ในช่วงที่คนเข้าน้อย: เช่น ดึกหรือเช้าตรู่ และหยุดแก้ไขเนื้อหาหรือรับออร์เดอร์ใหม่บนเว็บเดิมชั่วคราว
- เก็บโฮสต์เดิมไว้อีกสักระยะ: อย่ายกเลิกทันที จนกว่าจะแน่ใจว่าเว็บ อีเมล และ SSL บนโฮสต์ใหม่ทำงานครบ
เราไม่ได้ขายบริการโฮสติ้ง แต่ในบริการรับดูแลเว็บไซต์และแก้ไขเว็บ WordPress เราสามารถตรวจสอบโฮสติ้งที่คุณใช้อยู่ แนะนำสิ่งที่ควรปรับ และช่วยวางขั้นตอนย้ายได้ ค่าบริการดูแลคิดตามขนาดของแต่ละเว็บ หากต้องการให้ประเมิน ขอใบเสนอราคาหรือส่งรายละเอียดเว็บมาให้เราดูได้ทุกวัน

