ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

Web hosting คืออะไร และเลือกโฮสติ้งให้เว็บไซต์ธุรกิจอย่างไร

อธิบาย web hosting แบบเข้าใจง่าย ประเภทโฮสติ้ง เกณฑ์เลือกที่ควรเช็ก สัญญาณเตือน และวิธีย้ายโฮสติ้งโดยไม่ให้เว็บธุรกิจล่ม

ภาพปกบทความ: โฮสติ้ง

Web hosting คืออะไร

Web hosting คือพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์ ฐานข้อมูล และรูปภาพของเว็บไซต์ไว้ แล้วส่งหน้าเว็บไปให้ผู้เข้าชมทุกครั้งที่มีคนเปิดเว็บ ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง แต่เช่าพื้นที่จากผู้ให้บริการโฮสติ้งเป็นรายเดือนหรือรายปี คล้ายการเช่าหน้าร้านในห้างที่มีไฟ น้ำ และยามดูแลให้

คำตอบสั้นสำหรับคนที่ถามว่าเช่าโฮสติ้งที่ไหนดี คือไม่มีเจ้าที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ โฮสติ้งที่เหมาะคือโฮสติ้งที่รองรับระบบที่เว็บของคุณใช้ มีเซิร์ฟเวอร์ใกล้ลูกค้า สำรองข้อมูลทุกวันและกู้คืนได้จริง และมีฝ่ายซัพพอร์ตที่ติดต่อได้ในเวลาที่คุณต้องการ บทความนี้จึงเป็นเช็กลิสต์ให้คุณเทียบเอง ไม่ใช่การจัดอันดับยี่ห้อ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ประกอบด้วยอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านพื้นฐานว่าเว็บไซต์คืออะไรและทำงานอย่างไรก่อน แล้วค่อยกลับมาดูส่วนของโฮสติ้ง จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าโฮสติ้งเป็นชิ้นส่วนไหนของระบบ

โฮสติ้งทำหน้าที่อะไรบ้าง

  • เก็บไฟล์เว็บไซต์ เช่น โค้ด รูปสินค้า และเอกสาร PDF
  • รันระบบหลังบ้าน เช่น WordPress และฐานข้อมูล MySQL
  • ส่งหน้าเว็บผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังมือถือและคอมพิวเตอร์ของผู้เข้าชม
  • ในหลายแพ็กเกจ รวมบริการอีเมลโดเมนและใบรับรอง SSL มาด้วย

โฮสติ้ง โดเมน และอีเมลเกี่ยวข้องกันอย่างไร

สามอย่างนี้มักถูกขายรวมกันจนหลายคนสับสน วิธีจำง่ายที่สุดคือ โดเมนเป็นที่อยู่ โฮสติ้งเป็นตัวบ้าน และอีเมลโฮสติ้งเป็นตู้จดหมาย โดเมนอย่างชื่อร้าน.com ต้องจดและต่ออายุแยกต่างหาก จากนั้นตั้งค่า DNS ให้ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้ง เมื่อผู้เข้าชมพิมพ์ชื่อโดเมน ระบบจึงรู้ว่าต้องไปดึงหน้าเว็บจากเครื่องไหน

อีเมลในชื่อโดเมน เช่น sales@ชื่อร้าน.com อาจอยู่บนโฮสติ้งเดียวกับเว็บ หรือแยกไปใช้บริการอีเมลเฉพาะทางก็ได้ ข้อดีของการแยกคือ ถ้าวันหนึ่งย้ายโฮสติ้ง อีเมลของทีมขายจะไม่สะดุดไปด้วย ส่วนเรื่องการเลือกชื่อ นามสกุล และผู้ให้บริการจดโดเมน เราเขียนไว้ละเอียดในบทความจดโดเมนที่ไหนดีและเลือกชื่อโดเมนอย่างไร

สิ่งที่ควรตกลงให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ บัญชีโดเมนและบัญชีโฮสติ้งจะเปิดในชื่อใคร และใครถือรหัสผ่าน เรื่องนี้ควรระบุไว้ในใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเวลาเปลี่ยนผู้ดูแลในอนาคต

ประเภทของ web hosting

โฮสติ้งแต่ละแบบต่างกันที่ว่าคุณแชร์ทรัพยากรเครื่องกับคนอื่นมากแค่ไหน และใครเป็นคนดูแลระบบ ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ

ประเภทลักษณะเหมาะกับข้อควรรู้
Shared hostingหลายเว็บใช้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวกันเว็บบริษัทขนาดเล็ก เว็บแนะนำร้าน คลินิก หรือสำนักงานราคาประหยัด แต่ถ้าเว็บข้างเคียงใช้ทรัพยากรหนัก เว็บคุณอาจช้าลง
VPSแบ่งเครื่องเป็นส่วนเสมือนที่มีทรัพยากรของตัวเองเว็บที่มีผู้เข้าชมมากขึ้น หรือร้านค้าออนไลน์ขนาดกลางต้องมีคนดูแลการอัปเดตระบบ ถ้าไม่ใช่แบบ managed
Cloud hostingใช้ทรัพยากรจากหลายเครื่อง ขยายได้ตามการใช้งานเว็บที่ยอดเข้าชมขึ้นลงตามแคมเปญ เช่น ช่วงลดราคาใหญ่ค่าใช้จ่ายอาจแปรผันตามการใช้งานจริง ต้องอ่านเงื่อนไขให้ดี
Managed WordPressโฮสติ้งที่ปรับแต่งมาสำหรับ WordPress โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ WordPress และไม่อยากดูแลเซิร์ฟเวอร์เองบางเจ้าจำกัดปลั๊กอินบางตัว ควรเช็กก่อนย้าย
Dedicated serverเช่าเครื่องทั้งเครื่องใช้คนเดียวองค์กรที่มีระบบเฉพาะ หรือมีข้อกำหนดด้านข้อมูลเข้มงวดราคาสูงและต้องมีผู้ดูแลระบบที่มีความรู้

สำหรับเว็บธุรกิจทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่มีไม่กี่สิบหน้า shared hosting คุณภาพดีหรือ managed WordPress มักเพียงพอ การเริ่มจาก VPS หรือ dedicated ตั้งแต่วันแรกโดยไม่มีคนดูแล มักสร้างความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ ยิ่งเป็นเว็บไซต์ WordPress ธีมเขียนเองที่ไม่ใช้ปลั๊กอินลากวาง ก็ยิ่งใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์น้อย

เกณฑ์เลือกโฮสติ้งที่ควรเช็ก

ก่อนจ่ายค่าเช่ารายปี ให้ถามผู้ให้บริการตามรายการนี้ และขอคำตอบเป็นข้อความ ไม่ใช่แค่คุยทางโทรศัพท์

1. ที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์

ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในไทย เซิร์ฟเวอร์ในไทยหรือในภูมิภาคใกล้เคียงอย่างสิงคโปร์จะส่งหน้าเว็บได้เร็วกว่าเซิร์ฟเวอร์ฝั่งอเมริกาหรือยุโรป ถ้าลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ การใช้ CDN ช่วยได้มาก

2. รองรับระบบที่เว็บใช้

สำหรับเว็บ WordPress ให้เทียบเวอร์ชัน PHP ฐานข้อมูล และการรองรับ HTTPS กับหน้าข้อกำหนดโฮสติ้งของ WordPress.org ซึ่งมีการปรับตัวเลขเป็นระยะ โฮสต์ที่ยังใช้ PHP เวอร์ชันเก่ามากคือสัญญาณว่าดูแลระบบไม่ทัน

3. สำรองข้อมูลและกู้คืน

ถามว่าสำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน เก็บย้อนหลังกี่วัน และคุณกดกู้คืนเองได้หรือไม่ การมีไฟล์สำรองไม่มีความหมาย ถ้ากู้คืนแล้วใช้ไม่ได้

4. SSL ฟรี

เว็บธุรกิจทุกเว็บควรเปิดผ่าน https โฮสติ้งส่วนใหญ่ติดตั้งใบรับรองฟรีให้ได้ อ่านเพิ่มเรื่องHTTPS และ SSL สำหรับเว็บธุรกิจได้ในบทความแยก

5. อีเมล ซัพพอร์ต และเงื่อนไข uptime

เช็กว่ามีอีเมลโดเมนรวมอยู่หรือไม่ ซัพพอร์ตตอบภาษาไทยหรืออังกฤษ ช่วงเวลาไหน และตัวเลข uptime ที่โฆษณาไว้มีเขียนในสัญญาพร้อมเงื่อนไขชดเชยหรือเปล่า

โฮสติ้งในไทยหรือต่างประเทศ

คำถามยอดฮิตในกระทู้แนว Pantip คือควรเช่าโฮสต์ไทยหรือโฮสต์ต่างประเทศ ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน เราไม่แนะนำยี่ห้อ แต่แนะนำให้เทียบตามประเด็นนี้

  • โฮสต์ไทย: ติดต่อเป็นภาษาไทยได้ง่าย ออกใบกำกับภาษีในไทยได้ ชำระเงินผ่านโอนธนาคารหรือ PromptPay ได้สะดวก และเซิร์ฟเวอร์มักอยู่ใกล้ผู้ใช้ในประเทศ แต่บางเจ้ามีสเปกเครื่องและเครื่องมือจัดการที่จำกัดกว่า
  • โฮสต์ต่างประเทศ: มักมีเครื่องมือครบ มีตัวเลือก data center หลายภูมิภาค แต่ซัพพอร์ตเป็นภาษาอังกฤษ เวลาทำการอาจไม่ตรงกับเวลาไทย และต้องจ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นสกุลเงินต่างประเทศ

จุดที่คนมักลืมคือ ราคาต่อเดือนที่ต่ำในปีแรกของโฮสต์ต่างประเทศ มักขึ้นราคาเมื่อต่ออายุ ส่วนโฮสต์ไทยบางเจ้าคิดราคาคงที่แต่ให้ทรัพยากรน้อยกว่า ให้เทียบราคาต่ออายุปีที่สองด้วยเสมอ

ถ้าตอนนี้เว็บของคุณโหลดช้า อย่าเพิ่งโทษโฮสติ้งทันที ลองวัดด้วย PageSpeed Insights และวิธีหาสาเหตุเว็บช้าก่อน เพราะรูปภาพขนาดใหญ่และปลั๊กอินที่มากเกินไปเป็นต้นเหตุบ่อยพอ ๆ กับเซิร์ฟเวอร์

สัญญาณเตือนของโฮสติ้งที่ไม่ควรเช่า

  • ทุกอย่างไม่จำกัด: พื้นที่ไม่จำกัด แบนด์วิดท์ไม่จำกัด แต่ในเงื่อนไขมีข้อจำกัดการใช้ CPU หรือจำนวนไฟล์ซ่อนอยู่ ให้อ่านนโยบายการใช้งานที่เหมาะสมก่อนเสมอ
  • ไม่มีสำรองข้อมูล หรือเก็บไว้ให้เฉพาะเมื่อจ่ายเพิ่ม: ถ้าเว็บโดนแฮ็กหรือไฟล์เสีย คุณจะไม่มีทางย้อนกลับ
  • ใช้ PHP หรือฐานข้อมูลเวอร์ชันเก่า: ระบบเก่าเสี่ยงด้านความปลอดภัย และปลั๊กอินรุ่นใหม่อาจใช้งานไม่ได้
  • ยกเลิกยาก: ต้องแจ้งล่วงหน้านาน ต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่แจ้ง หรือไม่ยอมให้ดาวน์โหลดไฟล์เว็บออกไป
  • ติดต่อได้แค่ช่องทางเดียว: ถ้าเว็บล่มคืนวันศุกร์แล้วมีแค่ฟอร์มส่งตั๋วที่ไม่มีใครตอบ ธุรกิจของคุณจะเสียโอกาสทั้งสุดสัปดาห์
  • ไม่มีแผงควบคุมให้เจ้าของเว็บเข้าถึง: ผู้ให้บริการถือทุกอย่างไว้เอง คุณเข้าไปดูไฟล์หรือ DNS ไม่ได้

ถ้าเจอสองข้อขึ้นไป ควรมองหาตัวเลือกอื่นก่อนผูกสัญญายาว และถ้าอยากอ่านเรื่องพื้นฐานเว็บไซต์ต่อ ดูบทความทั้งหมดของเราเรื่องการทำเว็บไซต์ได้

ย้ายโฮสติ้งอย่างปลอดภัย

การย้ายโฮสติ้งไม่จำเป็นต้องทำให้เว็บล่ม ถ้าทำตามลำดับ

  1. สำรองข้อมูลทั้งหมด: ไฟล์เว็บ ฐานข้อมูล และอีเมล เก็บไว้นอกโฮสต์เดิมอย่างน้อยหนึ่งชุด
  2. ลดค่า TTL ของ DNS ล่วงหน้า: ทำก่อนวันย้ายหนึ่งถึงสองวัน เพื่อให้การเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์กระจายได้เร็วขึ้น
  3. ติดตั้งเว็บบนโฮสต์ใหม่และทดสอบ: ตรวจฟอร์ม ตะกร้าสินค้า การชำระเงิน และหน้าภาษาไทยกับอังกฤษก่อนเปลี่ยน DNS
  4. เปลี่ยน DNS ในช่วงที่คนเข้าน้อย: เช่น ดึกหรือเช้าตรู่ และหยุดแก้ไขเนื้อหาหรือรับออร์เดอร์ใหม่บนเว็บเดิมชั่วคราว
  5. เก็บโฮสต์เดิมไว้อีกสักระยะ: อย่ายกเลิกทันที จนกว่าจะแน่ใจว่าเว็บ อีเมล และ SSL บนโฮสต์ใหม่ทำงานครบ

เราไม่ได้ขายบริการโฮสติ้ง แต่ในบริการรับดูแลเว็บไซต์และแก้ไขเว็บ WordPress เราสามารถตรวจสอบโฮสติ้งที่คุณใช้อยู่ แนะนำสิ่งที่ควรปรับ และช่วยวางขั้นตอนย้ายได้ ค่าบริการดูแลคิดตามขนาดของแต่ละเว็บ หากต้องการให้ประเมิน ขอใบเสนอราคาหรือส่งรายละเอียดเว็บมาให้เราดูได้ทุกวัน

แชร์หน้านี้

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

โฮสติ้งกับโดเมนต่างกันอย่างไร

โดเมนคือชื่อที่คนพิมพ์เพื่อเข้าเว็บ เช่น ชื่อร้าน.com ส่วนโฮสติ้งคือเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์และส่งหน้าเว็บออกไป ทั้งสองอย่างเช่าแยกกันได้และมีรอบต่ออายุของตัวเอง โดเมนจะถูกตั้งค่า DNS ให้ชี้ไปที่โฮสติ้ง ถ้าโดเมนหมดอายุ คนจะเข้าเว็บไม่ได้แม้โฮสติ้งยังทำงานอยู่ และถ้าโฮสติ้งหมดอายุ ชื่อโดเมนยังอยู่แต่จะไม่มีหน้าเว็บให้แสดง

ควรเลือกโฮสติ้งที่มีเซิร์ฟเวอร์ในไทยหรือต่างประเทศ

ให้ดูว่าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน ถ้าเป็นคนไทยในประเทศ เซิร์ฟเวอร์ในไทยหรือสิงคโปร์มักตอบสนองได้เร็ว และโฮสต์ไทยยังออกใบกำกับภาษีและรับชำระเงินในประเทศได้สะดวก ถ้าลูกค้ากระจายหลายประเทศ โฮสต์ต่างประเทศที่มี data center หลายภูมิภาคหรือใช้ CDN ร่วมด้วยอาจคุ้มกว่า อย่าลืมเทียบภาษาและเวลาทำการของฝ่ายซัพพอร์ตด้วย

Shared hosting เพียงพอสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจไหม

สำหรับเว็บบริษัท เว็บคลินิก หรือเว็บร้านอาหารที่มีหน้าไม่มาก และผู้เข้าชมต่อวันไม่สูงมาก shared hosting คุณภาพดีมักเพียงพอ สิ่งสำคัญคือผู้ให้บริการต้องไม่ยัดเว็บในเครื่องเดียวมากเกินไป มีสำรองข้อมูลทุกวัน และใช้ PHP เวอร์ชันปัจจุบัน เมื่อเว็บเริ่มช้าในช่วงคนเข้ามาก หรือมีระบบสมาชิกและร้านค้า ค่อยพิจารณาขยับไป VPS หรือ managed WordPress

เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ต้องใช้โฮสติ้งแบบไหน

ร้านค้าบน WooCommerce ใช้ทรัพยากรมากกว่าเว็บทั่วไป เพราะมีตะกร้า ระบบสมาชิก และคำสั่งซื้อที่ต้องบันทึกตลอดเวลา จึงควรใช้ managed WordPress หรือ VPS ที่มีสำรองข้อมูลทุกวัน มี SSL และมีคนตอบเมื่อระบบชำระเงินขัดข้อง ส่วนร้านบน Shopify ไม่ต้องเช่าโฮสติ้งแยก เพราะแพลตฟอร์มดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้ในค่าบริการรายเดือนอยู่แล้ว

ย้ายโฮสติ้งแล้วเว็บจะล่มหรือเปล่า

ถ้าวางแผนดี ผู้เข้าชมแทบไม่รู้สึกถึงการย้าย หลักคือสำรองข้อมูลก่อน ลดค่า TTL ของ DNS ล่วงหน้า ติดตั้งและทดสอบเว็บบนเครื่องใหม่ให้เรียบร้อย แล้วจึงเปลี่ยน DNS ในช่วงที่คนเข้าน้อย ระหว่างที่ DNS กระจาย บางคนอาจยังเห็นเว็บเดิมอยู่พักหนึ่ง จึงควรงดแก้เนื้อหาและเก็บโฮสต์เดิมไว้จนกว่าทุกอย่างบนโฮสต์ใหม่จะทำงานครบ

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร