ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

ตัวอย่างเว็บไซต์ธุรกิจแยกตามประเภท พร้อมเหตุผลว่าทำไมจึงได้ผล

ตัวอย่างการจัดหน้าเว็บไซต์ธุรกิจแต่ละประเภท พร้อมอธิบายว่าทำไมจึงใช้งานได้ และวิธีนำไปเขียนบรีฟให้ผู้ออกแบบ

ภาพปกบทความ: ตัวอย่างเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่ดูดีมีอะไรเหมือนกัน

ตัวอย่างเว็บไซต์ธุรกิจที่ดีมีห้าอย่างร่วมกัน คือ ลำดับความสำคัญของเนื้อหาชัดเจน มีพื้นที่ว่างให้สายตาได้พัก ใช้ภาพถ่ายจริงของธุรกิจ ใช้ตัวอักษรที่อ่านสบายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และมีปุ่มหลักเพียงปุ่มเดียวในแต่ละหน้าจอ

เว็บไซต์ที่คนมองว่าสวยจึงมักไม่ได้สวยเพราะลูกเล่นหรือแอนิเมชัน แต่เพราะอ่านง่ายและรู้ทันทีว่าควรทำอะไรต่อ ก่อนอ่านต่อ ขอแจ้งให้ชัดว่าตัวอย่างทั้งหมดในบทความนี้เป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด และไม่ใช่ภาพหน้าจอของบริษัทใด เราอธิบายโครงสร้างหน้าแบบร่างเพื่อให้เห็นเหตุผลเบื้องหลัง ซึ่งแกลเลอรีภาพหน้าจอทั่วไปมักไม่ได้บอก หากยังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ประกอบด้วยอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านบทความ เว็บคืออะไรและทำงานอย่างไร ก่อน

สิ่งที่ทำให้เว็บไซต์ดูไม่น่าเชื่อถือ

  • ภาพสต็อกที่เห็นซ้ำในเว็บไซต์อื่นหลายแห่ง
  • ข้อความตัวเล็กเบียดกันบนมือถือ
  • ปุ่มหลายสีแย่งความสนใจในหน้าจอเดียว
  • สไลด์โชว์ที่เลื่อนเองจนอ่านไม่ทัน

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัทและองค์กร

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด: สมมติเป็นบริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์อุตสาหกรรมขนาดกลางย่านบางนา หน้าแรกของเว็บไซต์บริษัทแบบนี้ควรเรียงจากบนลงล่างดังนี้

  1. แถบบน: โลโก้ เมนูไม่เกินหกรายการ ตัวสลับภาษา TH/EN และปุ่มขอใบเสนอราคา
  2. ส่วนเปิด: ประโยคเดียวที่บอกว่าบริษัทขายอะไรให้ใคร พร้อมภาพคลังสินค้าหรือทีมงานจริง
  3. กลุ่มสินค้าหรือบริการ: การ์ดสามถึงหกใบ แต่ละใบพาไปหน้ารายละเอียด
  4. เหตุผลที่ควรเลือก: ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เช่น มาตรฐานที่ได้รับ หรือพื้นที่ให้บริการ
  5. ส่วนท้าย: ที่อยู่ เวลาทำการ แผนที่ และช่องทางติดต่อ

เหตุผลที่โครงนี้ได้ผลคือผู้ซื้อแบบ B2B ต้องการคำตอบเร็วว่าบริษัททำอะไรและติดต่ออย่างไร ไม่ได้ต้องการเรื่องราวยาวในหน้าแรก บนมือถือ เมนูจะย่อเป็นปุ่มสามขีด การ์ดเรียงเป็นแถวเดียว และปุ่มโทรหรือขอใบเสนอราคาควรติดอยู่ด้านล่างจอ รายละเอียดเรื่องหน้าที่บริษัทควรมี ดูได้ที่หน้า รับทำเว็บไซต์บริษัท องค์กร และ SME

ตัวอย่างหน้าร้านค้าออนไลน์

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด: ร้านขายเครื่องสำอางออนไลน์ที่ส่งสินค้าทั่วประเทศ หน้าที่สำคัญที่สุดของร้านแบบนี้ไม่ใช่หน้าแรก แต่เป็นหน้าสินค้า เพราะลูกค้าจำนวนมากเข้ามาจากการค้นหาหรือลิงก์ที่แชร์ต่อกันมาโดยตรง

โครงสร้างหน้าสินค้าที่ขายได้

  • ภาพสินค้าหลายมุมบนพื้นหลังเรียบ และภาพขณะใช้งานจริงอย่างน้อยหนึ่งภาพ
  • ชื่อสินค้า ราคา และตัวเลือก เช่น สีหรือขนาด อยู่ในหน้าจอแรกบนมือถือ
  • ปุ่มหยิบใส่ตะกร้าปุ่มเดียว สีเด่นกว่าทุกองค์ประกอบ
  • ข้อมูลการชำระเงินที่คนไทยคุ้นเคย เช่น PromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง
  • ข้อมูลการจัดส่ง เช่น ส่งผ่านไปรษณีย์ไทย KEX Express (ชื่อเดิม Kerry Express) หรือ Flash Express และระยะเวลาโดยประมาณ
  • รายละเอียดส่วนผสม วิธีใช้ และนโยบายคืนสินค้า

บนมือถือ ปุ่มหยิบใส่ตะกร้าควรตามติดด้านล่างขณะเลื่อนอ่าน ส่วนรายละเอียดยาวควรพับเก็บเป็นหัวข้อให้แตะเปิดได้ ร้านที่ขายหลายร้อยรายการยังต้องมีตัวกรองตามประเภทและช่วงราคาที่ใช้งานง่ายด้วยนิ้วเดียว

ตัวอย่างเว็บไซต์คลินิกและโรงแรม

หน้าทรีตเมนต์ของคลินิก

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด: คลินิกผิวหนังที่มีบริการหลายรายการ แต่ละทรีตเมนต์ควรมีหน้าของตัวเอง เริ่มจากคำอธิบายสั้นว่าทรีตเมนต์นี้เหมาะกับปัญหาใด ตามด้วยขั้นตอนการรักษา ระยะเวลา สิ่งที่ควรเตรียมตัว ข้อควรระวัง แพทย์ผู้ดูแล และปุ่มนัดหมาย เนื้อหาต้องใช้ภาษาที่ระมัดระวัง ไม่สัญญาผลลัพธ์ และควรตรวจสอบกับข้อกำหนดด้านการโฆษณาสถานพยาบาลก่อนเผยแพร่ ส่วนแบบฟอร์มนัดหมายต้องขอความยินยอมตาม PDPA เพราะข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว

หน้าห้องพักของโรงแรม

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด: โรงแรมบูทีกขนาดสามสิบห้องย่านสุขุมวิท หน้าห้องพักควรเปิดด้วยภาพห้องจริงที่ถ่ายในแสงธรรมชาติ ตามด้วยขนาดห้อง ประเภทเตียง จำนวนผู้เข้าพัก สิ่งอำนวยความสะดวก และปุ่มตรวจสอบห้องว่างที่พาไปยังระบบจองของโรงแรม แขกต่างชาติมักเปรียบเทียบกับหน้าบนเว็บไซต์ตัวกลางการจอง จึงควรบอกเหตุผลของการจองตรงอย่างตรงไปตรงมา หน้าอื่นที่เว็บโรงแรมควรมีสรุปไว้ในหน้ารับทำเว็บไซต์โรงแรมและรีสอร์ท

บนมือถือ ทั้งสองแบบใช้หลักเดียวกัน คือภาพเต็มความกว้างจอ ข้อมูลสำคัญเป็นรายการสั้น และปุ่มนัดหมายหรือจองติดอยู่ด้านล่างเสมอ

ตัวอย่างการจัดหน้าเว็บไซต์สองภาษา

ตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่งานที่ทำให้ลูกค้ารายใด: บริษัทที่ปรึกษาที่มีทั้งลูกค้าไทยและชาวต่างชาติ แถบบนของเว็บไซต์มีตัวสลับภาษาเขียนว่า TH และ EN วางไว้มุมขวาใกล้ปุ่มติดต่อ เมื่อกดสลับ ผู้ใช้ต้องไปยังหน้าเดียวกันในอีกภาษา ไม่ใช่ถูกส่งกลับไปหน้าแรก

รายละเอียดที่มักถูกมองข้าม

  • ความยาวบรรทัด: ข้อความภาษาไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ จึงควรจำกัดความกว้างของย่อหน้าให้อ่านสบาย และตั้งระยะห่างระหว่างบรรทัดมากกว่าภาษาอังกฤษเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สระบนและวรรณยุกต์ชนกัน
  • การจับคู่ฟอนต์: เลือกฟอนต์ไทยและฟอนต์อังกฤษที่มีน้ำหนักและความสูงใกล้เคียงกัน เพื่อให้หัวข้อสองภาษาดูเป็นชุดเดียวกัน
  • ความยาวข้อความต่างกัน: ปุ่มและเมนูต้องรองรับคำที่ยาวขึ้นหรือสั้นลงเมื่อสลับภาษา
  • เนื้อหาไม่ใช่การแปลตรงตัว: ลูกค้าไทยและต่างชาติถามคำถามต่างกัน เนื้อหาจึงควรเขียนให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม เช่น ผู้ซื้อคอนโดชาวต่างชาติมักถามเรื่องสิทธิ์การถือครองที่ผู้ซื้อคนไทยไม่ถาม ดูแนวทางในเว็บไซต์อสังหาสองภาษา

การวางตัวสลับภาษาและลำดับสายตาเป็นเรื่องของประสบการณ์ผู้ใช้มากกว่าความสวย อ่านเพิ่มได้ในบทความ ความแตกต่างระหว่าง UI กับ UX

ใช้ตัวอย่างเว็บไซต์เขียนบรีฟอย่างไร

การส่งลิงก์เว็บไซต์ที่ชอบให้ผู้ออกแบบเพียงอย่างเดียวมักไม่พอ เพราะแต่ละคนชอบด้วยเหตุผลต่างกัน บรีฟที่ใช้งานได้ควรมีข้อมูลดังนี้

  • ลิงก์ตัวอย่างสามถึงห้าแห่ง พร้อมระบุว่าชอบส่วนไหน เช่น เมนู โทนสี หรือการจัดภาพ
  • เหตุผลที่ชอบ เช่น ดูเป็นมืออาชีพ อ่านง่าย หรือหาปุ่มติดต่อเจอทันที
  • สิ่งที่ไม่ต้องการ เช่น สีเข้มทั้งหน้า หรือวิดีโอเล่นอัตโนมัติ
  • กลุ่มลูกค้าหลักและภาษาที่ต้องรองรับ
  • การกระทำที่อยากให้ผู้เข้าชมทำมากที่สุด เช่น ทัก LINE โทร หรือกรอกฟอร์ม

ดูเป็นแนวทาง แต่อย่าลอกเลียนแบบ

งานออกแบบ ข้อความ และภาพถ่ายบนเว็บไซต์ของผู้อื่นได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ตัวอย่างจึงใช้เพื่อกำหนดทิศทาง ไม่ใช่ต้นแบบสำหรับคัดลอก แหล่งตัวอย่างที่มีประโยชน์ที่สุดมักเป็นเว็บไซต์ของคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงแกลเลอรีงานออกแบบทั่วไป

อย่าลืมว่าความสวยต้องไปด้วยกันกับการค้นหาเจอ ควรอ่าน SEO คืออะไร และเริ่มต้นอย่างไร ประกอบ หากต้องการให้ทีมที่ออกแบบเองทั้งไทยและอังกฤษช่วยแปลงบรีฟเป็นแบบร่าง ดูรายละเอียดของ บริษัทออกแบบเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ หรือส่งบรีฟผ่าน ช่องทางติดต่อทีมงาน ได้ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น. และอ่านหัวข้ออื่นเพิ่มเติมใน คลังบทความเรื่องเว็บไซต์

แชร์หน้านี้

บทความออกแบบเว็บไซต์อื่น ๆ

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

หาตัวอย่างเว็บไซต์สวย ๆ ได้จากที่ไหน

เริ่มจากเว็บไซต์ของคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ เพราะกลุ่มลูกค้าและข้อมูลที่ต้องแสดงใกล้เคียงกัน จากนั้นจึงดูแกลเลอรีงานออกแบบทั่วไปเพื่อหาแนวทางด้านสีและตัวอักษร ควรจดไว้ด้วยว่าชอบส่วนใดและเพราะอะไร จะช่วยให้ผู้ออกแบบเข้าใจได้เร็วขึ้น

ส่งเว็บไซต์ตัวอย่างให้ผู้ออกแบบ ควรบอกอะไรเพิ่ม

ควรบอกว่าชอบส่วนไหนของแต่ละตัวอย่าง เช่น เมนู ภาพ หรือโทนสี พร้อมเหตุผล บอกสิ่งที่ไม่ต้องการ กลุ่มลูกค้าหลัก ภาษาที่ต้องรองรับ และการกระทำที่อยากให้ผู้เข้าชมทำมากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แบบร่างแรกใกล้ความต้องการมากขึ้น และลดรอบการแก้ไข

นำแบบเว็บไซต์ของคนอื่นมาใช้ได้ไหม

ใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ แต่ไม่ควรคัดลอกงานออกแบบ ข้อความ หรือภาพถ่าย เพราะงานเหล่านี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย สิ่งที่ทำได้คือหยิบหลักการ เช่น การจัดลำดับข้อมูล หรือตำแหน่งปุ่มติดต่อ มาออกแบบใหม่ให้เข้ากับแบรนด์และลูกค้าของคุณเอง

เว็บไซต์สวยแต่ไม่มีคนติดต่อเข้ามา เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือไม่มีคนเข้าชมตั้งแต่แรกเพราะค้นหาไม่เจอ หรือมีคนเข้าแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ เช่น ปุ่มติดต่ออยู่ลึกเกินไป ไม่มีปุ่ม LINE หรือโทรบนมือถือ ข้อความไม่ตอบคำถามที่ลูกค้าสงสัย หรือหน้าเว็บโหลดช้า ควรตรวจทั้งเรื่องการค้นหาและเส้นทางการติดต่อไปพร้อมกัน

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัทเล็กควรมีหน้าอะไรบ้าง

สำหรับบริษัทขนาดเล็ก ห้าหน้ามักเพียงพอ ได้แก่ หน้าแรก หน้าเกี่ยวกับเรา หน้าบริการหรือสินค้า หน้าคำถามที่พบบ่อย และหน้าติดต่อ พร้อมประกาศความเป็นส่วนตัวตาม PDPA เมื่อธุรกิจขยายตัว จึงค่อยแยกบริการแต่ละรายการเป็นหน้าของตัวเอง และเพิ่มบทความหรือเวอร์ชันภาษาอังกฤษ

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร