ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

Payment gateway คืออะไร และร้านค้าออนไลน์ในไทยควรเลือกแบบไหน

อธิบาย payment gateway แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่เส้นทางของเงิน วิธีชำระที่คนไทยใช้ จนถึงเกณฑ์เลือกผู้ให้บริการสำหรับร้านค้าออนไลน์

ภาพปกบทความ: ชำระเงินออนไลน์

Payment gateway คืออะไร

Payment gateway คือบริการตัวกลางที่รับข้อมูลการชำระเงินจากหน้าเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นบัตรหรือการสแกน QR ส่งต่ออย่างปลอดภัยไปยังธนาคารและเครือข่ายบัตร แล้วแจ้งกลับมาที่ร้านว่าการชำระเงินสำเร็จหรือไม่ ระบบร้านค้าจึงเปลี่ยนสถานะคำสั่งซื้อเป็นชำระแล้วได้เองโดยไม่ต้องมีคนนั่งตรวจสลิป

สำหรับร้านค้าออนไลน์ในไทย คำถามจึงไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องมีหรือไม่ แต่เป็นว่าควรเลือกผู้ให้บริการแบบไหน ที่รองรับวิธีชำระที่ลูกค้าคุณใช้จริง มีปลั๊กอินสำหรับแพลตฟอร์มร้านค้าของคุณ และมีค่าธรรมเนียมกับรอบการโอนเงินที่รับได้ บทความนี้ไม่จัดอันดับผู้ให้บริการ แต่ให้เกณฑ์สำหรับเลือกเอง หากยังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณจัดเป็นร้านค้าออนไลน์หรือเว็บไซต์แบบอื่น อ่าน ประเภทของเว็บไซต์ธุรกิจ ก่อนได้

เกิดอะไรขึ้นเมื่อลูกค้ากดชำระเงิน

เมื่อลูกค้ากดชำระเงิน gateway จะรับข้อมูลการชำระเงินแทนร้าน ส่งต่อไปให้ธนาคารหรือเครือข่ายบัตรตรวจสอบ แล้วแจ้งผลกลับมาที่ร้าน ถ้าอนุมัติ ระบบร้านจะเปลี่ยนสถานะคำสั่งซื้อเป็นชำระแล้วเอง ขั้นตอนของบัตรและ QR PromptPay ต่างกันเล็กน้อยดังนี้

กรณีชำระด้วยบัตร

  1. ลูกค้ากรอกข้อมูลบัตรในหน้าชำระเงิน ซึ่งมักเป็นหน้าหรือกล่องที่ผู้ให้บริการ gateway ควบคุม ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ของร้าน
  2. Gateway เข้ารหัสข้อมูลแล้วส่งไปยังธนาคารผู้รับบัตร (acquirer)
  3. ธนาคารผู้รับบัตรส่งคำขอผ่านเครือข่ายบัตร เช่น Visa หรือ Mastercard ไปยังธนาคารผู้ออกบัตรของลูกค้า
  4. ธนาคารผู้ออกบัตรตรวจวงเงินและความเสี่ยง อาจขอให้ลูกค้ายืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP แล้วตอบกลับว่าอนุมัติหรือปฏิเสธ
  5. Gateway แจ้งผลกลับมาที่ร้าน ระบบร้านค้าบันทึกคำสั่งซื้อและส่งอีเมลยืนยัน
  6. เงินถูกโอนเข้าบัญชีร้านตามรอบการโอนที่ตกลงกับผู้ให้บริการ หลังหักค่าธรรมเนียม

กรณีสแกน PromptPay QR

ระบบสร้าง QR เฉพาะคำสั่งซื้อพร้อมยอดเงิน ลูกค้าสแกนด้วยแอปธนาคาร เมื่อโอนสำเร็จ gateway ได้รับการยืนยันแล้วแจ้งร้านอัตโนมัติ ต่างจากการให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีแล้วส่งสลิปทาง LINE ซึ่งต้องมีคนตรวจยอดเองทุกครั้ง และเสี่ยงต่อสลิปปลอม

วิธีชำระเงินที่คนไทยใช้บ่อย

  • PromptPay QR: ระบบโอนเงินที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์หรือเลขประจำตัวประชาชน พัฒนาภายใต้การส่งเสริมของธนาคารแห่งประเทศไทย ลูกค้าคุ้นเคยกับการสแกน QR จ่ายเงินในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
  • บัตรเครดิตและบัตรเดบิต: สำคัญสำหรับลูกค้าต่างชาติ นักท่องเที่ยว และการสั่งซื้อยอดสูง
  • Mobile banking: ลูกค้ากดชำระแล้วระบบพาไปยืนยันในแอปธนาคารของตน
  • ผ่อนชำระ: บางผู้ให้บริการรองรับการผ่อนผ่านบัตรเครดิตของธนาคารที่ร่วมรายการ เหมาะกับสินค้าราคาสูง
  • E-wallet: กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ

เก็บเงินปลายทางไม่ต้องใช้ gateway

การเก็บเงินปลายทาง หรือ COD ยังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัดที่ยังไม่มั่นใจร้านใหม่ เงินจะถูกเก็บโดยบริษัทขนส่ง เช่น KEX Express (ชื่อเดิม Kerry Express), Flash Express หรือ J&T แล้วโอนให้ร้านตามรอบของขนส่ง ไม่ได้ผ่าน payment gateway ร้านส่วนใหญ่จึงเปิดทั้ง COD และการชำระออนไลน์ควบคู่กัน

ผู้ให้บริการ payment gateway ในไทยมีแบบไหนบ้าง

ผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ในไทยแบ่งได้กว้าง ๆ เป็นสามกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีจุดเด่นต่างกัน

Gateway ของธนาคาร

ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีบริการรับชำระเงินสำหรับร้านค้าออนไลน์ ข้อดีคือเงินเข้าบัญชีธนาคารเดียวกัน แต่การสมัครมักต้องใช้เอกสารนิติบุคคล และการเชื่อมกับแพลตฟอร์มร้านค้าอาจต้องให้นักพัฒนาช่วย

ผู้ให้บริการรับชำระเงินในไทย

บริษัทที่ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 ตัวอย่างที่ร้านค้าไทยรู้จัก เช่น Omise (ช่วงหนึ่งใช้ชื่อ Opn Payments), 2C2P และ GB Prime Pay กลุ่มนี้มักรวมหลายวิธีชำระไว้ในที่เดียวและมีปลั๊กอินสำเร็จรูป

ผู้ให้บริการระดับสากลที่เปิดบริการในไทย

เช่น Stripe ซึ่งมีหน้าราคาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ เหมาะกับร้านที่ขายให้ลูกค้าต่างประเทศหรือใช้เครื่องมือสากลอยู่แล้ว

การยกชื่อข้างต้นไม่ใช่การแนะนำหรือจัดอันดับ ก่อนสมัครควรตรวจสถานะใบอนุญาตจากรายชื่อผู้ให้บริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่ และอ่านเงื่อนไขจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง

เกณฑ์เลือก payment gateway

ใช้รายการนี้เปรียบเทียบผู้ให้บริการสองถึงสามรายที่สนใจ โดยจดคำตอบของแต่ละรายลงตารางเดียวกัน

  • วิธีชำระที่รองรับ: มี PromptPay QR บัตร และ mobile banking ครบตามที่ลูกค้าของคุณใช้หรือไม่
  • ค่าธรรมเนียม: ดูจากหน้าราคาปัจจุบันของผู้ให้บริการเท่านั้น ค่าธรรมเนียมมักต่างกันตามวิธีชำระ และอาจมีค่าแรกเข้าหรือค่ารายเดือน ตัวเลขเหล่านี้ปรับเปลี่ยนเป็นระยะ จึงไม่ควรอ้างอิงจากบทความหรือโพสต์เก่า
  • รอบการโอนเงินเข้าบัญชี: เงินเข้าบัญชีร้านเร็วแค่ไหน มีผลต่อกระแสเงินสด โดยเฉพาะช่วงยอดขายสูงอย่างเทศกาลลดราคาปลายปี
  • ปลั๊กอินสำหรับแพลตฟอร์ม: มีปลั๊กอินที่ดูแลโดยผู้ให้บริการเองสำหรับ Shopify หรือ WooCommerce หรือไม่ และอัปเดตล่าสุดเมื่อไร
  • เอกสารสมัคร: รับบุคคลธรรมดาหรือเฉพาะนิติบุคคล ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัญชีธนาคาร หรือเอกสารใดบ้าง
  • ใบอนุญาต: อยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่
  • การคืนเงินและข้อพิพาท: ขั้นตอนคืนเงินให้ลูกค้าและการจัดการเมื่อผู้ถือบัตรปฏิเสธรายการ
  • ภาษาและฝ่ายช่วยเหลือ: ติดต่อเป็นภาษาไทยได้หรือไม่ ในช่วงเวลาที่ร้านเปิดขาย

ความปลอดภัย: HTTPS PCI DSS และ 3-D Secure

HTTPS

ทุกหน้าของร้านค้าต้องใช้ HTTPS ไม่ใช่เฉพาะหน้าชำระเงิน เพราะข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทร และรหัสผ่านของลูกค้าก็ต้องได้รับการเข้ารหัสเช่นกัน ผู้ให้บริการ gateway ส่วนใหญ่กำหนดให้ร้านใช้ HTTPS ก่อนเปิดรับชำระเงินจริง

PCI DSS

PCI DSS คือมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน ดูแลโดย PCI Security Standards Council วิธีที่ร้านขนาดเล็กใช้ลดภาระด้านนี้คือเลือกรูปแบบที่ข้อมูลบัตรถูกกรอกในหน้าหรือกล่องของผู้ให้บริการโดยตรง ร้านจึงไม่ต้องเก็บหรือส่งผ่านเลขบัตรบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ภาระด้านมาตรฐานของร้านยังมีอยู่ ควรสอบถามผู้ให้บริการว่าร้านต้องทำแบบประเมินตนเองระดับใด

3-D Secure

3-D Secure คือขั้นตอนยืนยันตัวตนผู้ถือบัตรเพิ่มเติม เช่น รหัส OTP ทาง SMS หรือการยืนยันในแอปธนาคาร ช่วยลดการใช้บัตรที่ถูกขโมยข้อมูล ควรเปิดใช้งานไว้ แม้จะเพิ่มขั้นตอนให้ลูกค้าเล็กน้อยก็ตาม

นอกจากนี้ ข้อมูลลูกค้าที่ร้านเก็บ เช่น ชื่อและที่อยู่จัดส่ง อยู่ภายใต้ PDPA ด้วย ประกาศความเป็นส่วนตัวของร้านจึงควรระบุว่ามีการส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการชำระเงินและบริษัทขนส่ง

เชื่อมกับ Shopify หรือ WooCommerce

Shopify

ระบบรับชำระเงินในตัวของ Shopify (Shopify Payments) ยังไม่เปิดให้ร้านในไทย ณ เวลาที่เขียน ร้านในไทยจึงรับบัตรหรือ PromptPay QR ผ่านผู้ให้บริการภายนอก โดยเพิ่มจากการตั้งค่าการชำระเงินหรือแอปของผู้ให้บริการที่รองรับ ก่อนเลือกควรตรวจว่าผู้ให้บริการที่สนใจมีแอปสำหรับร้านในไทย และอ่านเงื่อนไขค่าธรรมเนียมของ Shopify เองประกอบด้วย เพราะ Shopify อาจคิดค่าธรรมเนียมต่อรายการเพิ่มเมื่อใช้ผู้ให้บริการภายนอก ค่าแพ็กเกจรายเดือนให้ดูจากหน้าราคาปัจจุบันของ Shopify

WooCommerce

WooCommerce เป็นปลั๊กอินร้านค้าบน WordPress ผู้ให้บริการ gateway ในไทยหลายรายมีปลั๊กอินให้ติดตั้งและใส่คีย์ API จากหน้าผู้ดูแล ข้อดีคือเลือกผู้ให้บริการได้อิสระ ข้อควรระวังคือต้องอัปเดตปลั๊กอินสม่ำเสมอ และทดสอบในโหมดทดลองก่อนเปิดจริง อ่านภาพรวมของแพลตฟอร์มได้ที่ WooCommerce คืออะไร เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ไทยไหม

ทดสอบก่อนเปิดร้าน

ทดลองสั่งซื้อจริงด้วยทุกวิธีชำระ ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ตรวจว่าสถานะคำสั่งซื้อเปลี่ยนถูกต้อง อีเมลยืนยันส่งถึงลูกค้า และการคืนเงินทำได้ หากยังวางแผนร้านอยู่ ดูภาพรวมใน คู่มือสร้างเว็บไซต์ขายของ

การตั้งค่า PromptPay บัตร เก็บเงินปลายทาง และขนส่งไทย รวมอยู่ในแพ็กเกจ รับทำเว็บไซต์ e-commerce ของเรา ซึ่งเริ่มต้นที่ 50,000 บาท (ราคาประมาณการ จ่ายครั้งเดียว) ร่วมกับงานออกแบบเว็บไซต์ให้หน้าชำระเงินใช้ง่ายบนมือถือ หากต้องการให้ช่วยดูว่าผู้ให้บริการที่เลือกเชื่อมกับร้านได้หรือไม่ ส่งรายละเอียดโปรเจกต์ให้เรา ได้ทุกวัน 10:00 ถึง 19:00 น. และอ่านหัวข้ออื่นต่อได้ที่บทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์

แชร์หน้านี้

บทความสำหรับร้านค้าออนไลน์

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

Payment gateway กับ PromptPay ต่างกันอย่างไร

PromptPay คือระบบโอนเงินระหว่างบัญชี ส่วน payment gateway คือบริการที่เชื่อมหน้าเว็บไซต์ร้านเข้ากับวิธีชำระหลายแบบ รวมถึง PromptPay ด้วย เมื่อลูกค้าสแกน QR ผ่าน gateway ร้านจะได้รับการยืนยันอัตโนมัติ ต่างจากการให้โอนเข้าบัญชีตรงแล้วส่งสลิป ซึ่งต้องตรวจยอดด้วยตัวเองทีละรายการ

ร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาสมัคร payment gateway ได้ไหม

ผู้ให้บริการบางรายรับร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยขอสำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร และข้อมูลร้าน ขณะที่บางรายรับเฉพาะนิติบุคคล หรือเปิดวิธีชำระบางแบบให้เฉพาะบริษัท เงื่อนไขเปลี่ยนได้ตามเวลา จึงควรตรวจรายการเอกสารจากหน้าสมัครของผู้ให้บริการแต่ละรายก่อนตัดสินใจ

ค่าธรรมเนียม payment gateway ในไทยคิดอย่างไร

ส่วนใหญ่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดชำระแต่ละรายการ และอาจต่างกันระหว่างบัตรในประเทศ บัตรต่างประเทศ และ PromptPay บางรายมีค่าแรกเข้า ค่ารายเดือน หรือค่าโอนเงินออก เราไม่ระบุตัวเลขในบทความนี้เพราะปรับเปลี่ยนบ่อย ให้ดูจากหน้าราคาปัจจุบันของผู้ให้บริการ และคำนวณจากยอดขายเฉลี่ยของร้านคุณเอง

Shopify และ WooCommerce รองรับ payment gateway ไทยไหม

รองรับ แต่ด้วยวิธีต่างกัน WooCommerce ใช้ปลั๊กอินจากผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการในไทยหลายรายมีให้ ส่วน Shopify ใช้การตั้งค่าการชำระเงินและแอปของผู้ให้บริการที่เปิดให้ร้านในไทย ควรตรวจว่าผู้ให้บริการที่เลือกรองรับแพลตฟอร์มของคุณ และปลั๊กอินหรือแอปยังได้รับการอัปเดตอยู่

ต้องเปิด HTTPS ก่อนรับชำระเงินออนไลน์หรือไม่

ควรเปิดเสมอ และผู้ให้บริการส่วนใหญ่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไข HTTPS เข้ารหัสข้อมูลระหว่างเบราว์เซอร์ของลูกค้ากับเว็บไซต์ ป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวถูกดักระหว่างทาง และทำให้เบราว์เซอร์ไม่แสดงคำเตือนว่าเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย ซึ่งทำให้ลูกค้าจำนวนมากเลิกซื้อกลางคัน โฮสติ้งส่วนใหญ่มีใบรับรอง SSL ให้ใช้ฟรี

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร