ข้ามไปยังเนื้อหา
ขอใบเสนอราคา โทร +66 93 004 4098

บทความ

เว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง เริ่มต้นอย่างไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง

แผนเริ่มเว็บขายของออนไลน์ของตัวเอง เทียบกับ Shopee และ Lazada พร้อมรายการสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน

ภาพปกบทความ: ร้านค้าออนไลน์

เว็บขายของของตัวเองต่างจากมาร์เก็ตเพลสอย่างไร

คำตอบสั้นคือ เว็บขายของของตัวเองให้สามสิ่งที่มาร์เก็ตเพลสให้ไม่ได้ ได้แก่ ข้อมูลลูกค้าที่เป็นของคุณ การควบคุมหน้าร้านและแบรนด์เต็มที่ และไม่ต้องแบ่งค่าคอมมิชชันต่อออเดอร์ให้มาร์เก็ตเพลส

สิ่งที่แลกมาคือคุณต้องพาลูกค้าเข้าร้านเอง เพราะเว็บใหม่ไม่มีคนเดินผ่านเหมือนหน้าแอป Shopee หรือ Lazada ร้านจำนวนมากจึงเลือกขายทั้งสองทาง

ลองนึกถึงความต่างแบบนี้ มาร์เก็ตเพลสคือการเช่าแผงในห้างขนาดใหญ่ มีคนเดินผ่านทั้งวัน แต่ห้างกำหนดกติกา ค่าธรรมเนียม และหน้าตาแผง ส่วนเว็บของตัวเองคือร้านริมถนนที่คุณเป็นเจ้าของ ตกแต่งได้ตามใจ เก็บรายชื่อลูกค้าประจำได้ แต่ต้องทำให้คนรู้ว่าร้านอยู่ที่ไหน

ประเด็นเว็บของตัวเองมาร์เก็ตเพลส
ผู้เข้าชมต้องสร้างเองมีคนค้นหาในแอปอยู่แล้ว
ข้อมูลลูกค้าเก็บได้เองตามที่ลูกค้ายินยอมแพลตฟอร์มถือข้อมูลส่วนใหญ่
ค่าใช้จ่ายค่าทำเว็บ ค่าโฮสต์ ค่าธรรมเนียมรับชำระเงินค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
หน้าร้านและแบรนด์ออกแบบได้ทั้งหมดใช้แม่แบบของแพลตฟอร์ม
การแข่งขันในหน้าเดียวกันไม่มีร้านคู่แข่งอยู่ข้าง ๆลูกค้าเทียบราคากับร้านอื่นได้ทันที

ข้อดีและข้อเสียของการขายบน Shopee และ Lazada

ข้อดี

  • เริ่มขายได้เร็ว ไม่ต้องลงทุนทำหน้าร้าน
  • มีผู้ซื้อที่ตั้งใจซื้อของค้นหาอยู่ในแอปตลอดเวลา
  • ระบบชำระเงินและการเชื่อมต่อขนส่งมีมาให้พร้อม
  • แคมเปญใหญ่ของแพลตฟอร์ม เช่น วันลดราคาประจำเดือน ช่วยดึงคนเข้าร้าน

ข้อเสีย

  • ค่าธรรมเนียมการขายและค่าบริการต่าง ๆ ปรับได้ตามนโยบายแพลตฟอร์ม ควรตรวจอัตราปัจจุบันใน Seller Centre ของแต่ละเจ้าก่อนคำนวณกำไร
  • ลูกค้ามองว่าซื้อจาก Shopee หรือ Lazada มากกว่าซื้อจากร้านคุณ ทำให้สร้างลูกค้าประจำได้ยาก
  • การติดต่อลูกค้าหลังการขายถูกจำกัดตามกติกาของแพลตฟอร์ม
  • ร้านที่ขายสินค้าคล้ายกันอยู่ในผลการค้นหาเดียวกัน การแข่งขันจึงมักจบที่ราคา
  • ถ้าบัญชีร้านถูกระงับ ยอดขายหยุดทันทีโดยที่คุณไม่มีช่องทางสำรอง

ข้อเสียเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าไม่ควรขายบนมาร์เก็ตเพลส แต่แปลว่าไม่ควรพึ่งช่องทางเดียว โดยเฉพาะเมื่อร้านเริ่มมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ขายทั้งบนเว็บและมาร์เก็ตเพลสพร้อมกัน

รูปแบบที่พบบ่อยคือใช้มาร์เก็ตเพลสหาลูกค้าใหม่ แล้วใช้เว็บของตัวเองดูแลลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ ลูกค้าประจำรู้จักแบรนด์แล้ว จึงยินดีสั่งตรงผ่านเว็บ โดยเฉพาะเมื่อเว็บมีสินค้าครบกว่า หรือมีชุดสินค้าที่หาในแอปไม่ได้

เรื่องที่ต้องคุมให้ได้เมื่อขายหลายช่องทาง

  • สต็อก สินค้าชิ้นเดียวกันถูกขายในสองที่ ถ้าตัดสต็อกไม่ตรงกัน จะเกิดออเดอร์ที่ส่งของไม่ได้ ควรมีที่เก็บข้อมูลสต็อกหลักที่เดียว แล้วอัปเดตช่องทางอื่นตามรอบที่กำหนด
  • ราคา ถ้าราคาบนเว็บสูงกว่าในแอปมาก ลูกค้าจะกลับไปซื้อในแอป ร้านหลายแห่งจึงใช้ของแถมหรือชุดสินค้าเฉพาะเว็บแทนการตัดราคา
  • ชื่อและรหัสสินค้า ใช้ SKU ชุดเดียวกันทุกช่องทาง ช่วยให้แพ็กของและทำบัญชีไม่สับสน
  • นโยบายคืนสินค้า เขียนให้ชัดว่าเงื่อนไขบนเว็บเป็นอย่างไร เพราะลูกค้าอาจคุ้นกับกติกาของแพลตฟอร์ม

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดเว็บขายของ

งานที่ทำให้โปรเจกต์เว็บร้านค้าช้าที่สุดมักไม่ใช่การเขียนโค้ด แต่เป็นข้อมูลสินค้าที่ยังไม่พร้อม เตรียมรายการนี้ก่อนคุยกับทีมพัฒนา

  • รายการสินค้าพร้อม SKU ในไฟล์สเปรดชีต แยกตัวเลือก เช่น สี ขนาด หรือรส
  • รูปสินค้า พื้นหลังและขนาดเดียวกันทั้งร้าน อย่างน้อยหนึ่งรูปหลักต่อสินค้า
  • คำอธิบายสินค้า ที่ตอบคำถามจริงของลูกค้า เช่น วัสดุ ขนาด วิธีใช้ และข้อควรระวัง
  • ราคาและโปรโมชัน รวมถึงราคาเมื่อซื้อเป็นชุด
  • กติกาค่าส่ง คิดตามน้ำหนัก ตามจำนวนชิ้น หรือส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอด
  • นโยบายคืนสินค้าและคืนเงิน
  • บัญชีรับเงิน บัญชีธนาคารของธุรกิจ และบัญชีกับผู้ให้บริการรับชำระเงิน
  • ประกาศความเป็นส่วนตัว ที่ระบุว่าเก็บข้อมูลลูกค้าอะไร เพื่ออะไร ตาม PDPA

นอกจากข้อมูล หน้าตาร้านก็สำคัญ ผู้ซื้อส่วนใหญ่สั่งจากมือถือ ปุ่มหยิบใส่ตะกร้าต้องกดง่าย และขั้นตอนชำระเงินต้องสั้น อ่านหลักการออกแบบเว็บไซต์ที่เน้นการใช้งานจริงเพื่อดูว่าควรคุยเรื่องอะไรกับนักออกแบบ

ชำระเงิน ขนส่ง และใบกำกับภาษี

ช่องทางชำระเงิน

ผู้ซื้อในไทยส่วนใหญ่คุ้นกับการสแกน PromptPay นอกจากนั้นคือบัตรเครดิตและเดบิต และสำหรับบางกลุ่มสินค้า การเก็บเงินปลายทางยังจำเป็น การรับเงินอัตโนมัติบนเว็บต้องผ่านผู้ให้บริการรับชำระเงิน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าทำงานอย่างไร อ่านpayment gateway คืออะไรและเลือกอย่างไรก่อนตัดสินใจ

การจัดส่ง

ร้านส่วนใหญ่ใช้ขนส่งมากกว่าหนึ่งเจ้า เช่น ไปรษณีย์ไทยสำหรับพื้นที่ห่างไกล และ KEX Express (ชื่อเดิม Kerry Express), Flash Express หรือ J&T สำหรับพัสดุทั่วไป เว็บควรคำนวณค่าส่งตามกติกาที่ตั้งไว้ และเก็บเลขพัสดุเพื่อแจ้งลูกค้า ถ้าเลือกสร้างร้านบน WordPress บทความเรื่องร้านค้าออนไลน์ด้วย WooCommerceอธิบายการตั้งค่าส่วนนี้ละเอียดขึ้น

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและลูกค้าเป็นนิติบุคคล มักถูกขอใบกำกับภาษี กรมสรรพากรมีระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ให้ออกเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีว่าร้านของคุณต้องใช้แบบใด แล้วออกแบบฟอร์มสั่งซื้อให้เก็บข้อมูลที่ต้องใช้ในเอกสารตั้งแต่แรก

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้ผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตจดทะเบียนพาณิชย์ และร้านที่จดแล้วสามารถขอเครื่องหมาย DBD Registered แสดงบนเว็บได้ เงื่อนไขและข้อยกเว้นขึ้นกับรูปแบบธุรกิจ จึงควรตรวจรายละเอียดล่าสุดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง

เว็บขายของแบบฟรีมีข้อจำกัดอะไร

เครื่องมือสร้างร้านค้าแบบฟรีเหมาะกับการทดลองว่าสินค้าขายได้หรือไม่ แต่ก่อนใช้จริงควรรู้ว่ากำลังแลกอะไรไป ข้อจำกัดหลายข้อเหมือนกับที่อธิบายไว้ในบทความสร้างเว็บไซต์ฟรีได้จริงแค่ไหน

  • โดเมนของผู้ให้บริการ ที่อยู่เว็บมีชื่อแพลตฟอร์มต่อท้าย ดูไม่น่าเชื่อถือเมื่อส่งให้ลูกค้าองค์กร
  • ช่องทางชำระเงินจำกัด บางแผนฟรีไม่รองรับ PromptPay หรือบัตร หรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มต่อรายการ
  • โฆษณาหรือแบนเนอร์ของแพลตฟอร์ม แสดงบนร้านของคุณ
  • ย้ายออกยาก ข้อมูลสินค้าและลูกค้าอาจส่งออกได้ไม่ครบเมื่อต้องการย้ายระบบ
  • ปรับแต่งได้น้อย เช่น เพิ่มช่องข้อมูลสำหรับใบกำกับภาษี หรือกติกาค่าส่งหลายขนส่ง

ทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าคือระบบที่คุณเป็นเจ้าของข้อมูลเอง เช่น WordPress ร่วมกับปลั๊กอินร้านค้า ถ้ายังไม่รู้จักระบบนี้ บทความWordPress คืออะไรอธิบายพื้นฐานไว้แล้ว อีกทางคือ Shopify ซึ่งเป็นระบบเสียค่าบริการรายเดือน แต่ดูแลเรื่องเซิร์ฟเวอร์ให้

แผนเปิดร้านบนเว็บไซต์ของตัวเอง

  1. เลือกสินค้าชุดแรก เริ่มจากสินค้าขายดีและมีสต็อกแน่นอน ไม่จำเป็นต้องลงสินค้าทั้งหมดในวันแรก
  2. เลือกแพลตฟอร์ม Shopify หรือ WooCommerce ตามงบรายเดือน ความต้องการปรับแต่ง และคนที่จะดูแลร้าน
  3. ตั้งค่าชำระเงินและขนส่ง ทดสอบสั่งซื้อจริงทุกช่องทาง ทั้ง PromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง
  4. ทดสอบบนมือถือ ให้คนที่ไม่เคยเห็นเว็บลองสั่งซื้อ แล้วดูว่าติดขัดตรงไหน
  5. แจ้งลูกค้าเดิม ใส่ลิงก์เว็บในบรรจุภัณฑ์ บัญชี LINE และโพสต์ของร้าน

ลูกค้าจะมาจากไหน

ควรยอมรับตั้งแต่ต้นว่าเว็บใหม่ต้องใช้เวลากว่าจะมีคนเข้าจากการค้นหา ช่องทางแรก ๆ มักเป็นลูกค้าเดิม โซเชียลมีเดียของร้าน และการแนะนำต่อ งานเว็บที่ดีช่วยให้หน้าสินค้าพร้อมถูกค้นเจอ แต่เราไม่ได้รับทำการตลาด โฆษณา หรือดูแลโซเชียลมีเดีย ส่วนนั้นร้านต้องวางแผนเองหรือใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

งบและเวลา

ถ้าต้องการให้ทีมช่วยตั้งร้าน บริการรับทำเว็บไซต์ E-commerce ร้านค้าออนไลน์ของเราเริ่มต้น 50,000 บาท (ราคาประมาณการ ชำระครั้งเดียว) ครอบคลุม Shopify หรือ WooCommerce การรับชำระผ่าน PromptPay บัตร และเก็บเงินปลายทาง การเชื่อมขนส่งในไทย การนำเข้าสินค้า การตั้งค่า e-Tax invoice และการสอนทีมงานพร้อมรายการตรวจก่อนเปิดร้าน โปรเจกต์ทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15 วัน ร้านที่มีสินค้าจำนวนมากอาจใช้เวลานานกว่านั้น เทียบกับแพ็กเกจอื่นได้ที่หน้าราคาทำเว็บไซต์แต่ละแพ็กเกจ

ดูบทความเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์เรื่องอื่น ๆ ทั้งการเลือกแพลตฟอร์ม การรับชำระเงิน และ PDPA

แชร์หน้านี้

แหล่งอ้างอิง

Litesh Dhir ผู้ร่วมก่อตั้ง Website Development Bangkok
ตรวจทานโดย Litesh Dhirผู้ร่วมก่อตั้ง ดูแลงาน SEO และการพัฒนาเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์และดูแลอันดับการค้นหา รวมถึงวางระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ลูกค้า 17 แห่งที่เราเผยแพร่ตัวเลขจาก Search Console เกี่ยวกับเรา (หน้าภาษาอังกฤษ)

คำถามที่พบบ่อย

มีร้านบน Shopee อยู่แล้ว ควรทำเว็บขายของเพิ่มไหม

คุ้มเมื่อร้านเริ่มมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ มีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง หรือต้องการขายให้ลูกค้าองค์กรที่ขอใบกำกับภาษี เว็บของตัวเองช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าตามที่ได้รับความยินยอมและลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว แต่ถ้าร้านยังพึ่งคนค้นหาในแอปเป็นหลัก ให้คงร้านบน Shopee ไว้และใช้เว็บเป็นช่องทางเสริม

สร้างเว็บไซต์ขายของฟรีได้ไหม

ได้ มีเครื่องมือหลายเจ้าที่ให้เปิดร้านแบบฟรีหรือทดลองใช้ฟรี เหมาะกับการทดสอบว่าสินค้าขายได้หรือไม่ ข้อจำกัดที่พบบ่อยคือใช้โดเมนของผู้ให้บริการ ช่องทางชำระเงินน้อย มีโฆษณาของแพลตฟอร์ม และย้ายข้อมูลออกยาก เมื่อยอดขายเริ่มสม่ำเสมอ ควรคำนวณว่าข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้เสียโอกาสมากกว่าค่าทำเว็บหรือไม่

เปิดเว็บขายของต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่

ตามข้อกำหนดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตมีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ และเมื่อจดแล้วสามารถขอเครื่องหมาย DBD Registered มาแสดงบนเว็บเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ รายละเอียดขึ้นกับรูปแบบธุรกิจ เช่น บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดบนเว็บไซต์ของกรมก่อนเปิดร้าน

ควรมีสินค้ากี่รายการถึงคุ้มที่จะทำเว็บของตัวเอง

ไม่มีตัวเลขตายตัว ร้านที่มีสินค้าไม่กี่รายการแต่ขายซ้ำให้ลูกค้าเดิมบ่อย อาจคุ้มกว่าร้านที่มีสินค้าหลายร้อยรายการแต่ขายครั้งเดียว ให้ดูจากยอดขายต่อเดือน สัดส่วนลูกค้าที่กลับมาซื้อ และค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้มาร์เก็ตเพลส แล้วเทียบกับค่าทำเว็บและค่าดูแลรายปี

ลูกค้าจะหาเว็บขายของของเราเจอได้อย่างไร

ช่วงแรกลูกค้ามักมาจากคนที่รู้จักร้านอยู่แล้ว เช่น ลูกค้าจากมาร์เก็ตเพลส ผู้ติดตามใน LINE และโซเชียลมีเดีย การใส่ลิงก์เว็บในบรรจุภัณฑ์และใบเสร็จช่วยได้มาก ส่วนการค้นหาบน Google ต้องใช้เวลา เว็บที่มีหน้าสินค้าเขียนละเอียดและโหลดเร็วบนมือถือจะมีโอกาสถูกค้นเจอมากกว่า

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ต้องการ

ส่งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง WhatsApp หรือแบบฟอร์ม แล้วรับใบเสนอราคาที่ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาของโปรเจกต์

WhatsApp โทร